อ่างขาง สวนสวรรค์พรรณไม้สีชมพู

สายลมหนาวพัดพรูมาสร้างความเย็นฉ่ำให้ดงดอยในภาคเหนือของไทยอีกครั้งแล้ว โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ ดินแดนแห่งภูเขาสูงสลับซับซ้อนดั่งปราการธรรมชาติ อาบอิ่มด้วยทะเลหมอก ดอกไม้ และอากาศสดชื่น โดยหนึ่งในดอยสูงอันงดงามและเชื้อเชิญให้อยากไปเที่ยวชมดอกพญานางเสือโคร่งสีชมพูบานสะพรั่งก็คือ ดอยอ่างขาง

Words & Photos: Chaton Chokpattara

ดอยอ่างขาง เป็นดอยสูงที่โดดเด่นในด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ ‘สถานทีเกษตรหลวงอ่างขาง’ อันมีประวัติยาวนาน เพราะถือเป็นโครงการหลวงแห่งแรกบนแผ่นดินสยาม โดยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นด้วยทรงห่วงใยอาณาประชาราษฎร์และสภาพธรรมชาติของป่าต้นน้ำ จึงทรงเปลี่ยนภูเขาหัวโล้น ที่ถูกถากถางทำไร่เลื่อนลอยและไร่ฝิ่นให้กลายเป็นสสวนสวรรค์พรรณไม้เมืองหนาวอันอุดมสมบูรณ์ ดอยอ่างขางจึงไม่ได้สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังเที่ยวสนุกและได้ความรู้ไปพร้อมกัน

เมื่อสายลมหนาวเริ่มพัดมาห่มดงดอยอ่างขางไว้ถ้วนทั่ว ในระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ จึงถือเป็นห้วงเวลาน่าเที่ยวชมมากที่สุดเพราะทางโครงการหลวงจะเตรียมพรรณไม้นานาชนิดไว้ให้ชมอย่างอิ่มตา ดอกไม้เมืองหนาวนับร้อยชนิดจะเบ่งบานพร้อมกัน ทั้งดอกท้อ ดอกสาลี่ ดอกบ๊วย ดอกเดซี ดอกไอริส ดอกกุหลาบ ฯลฯ เวลาขับรถขึ้นไปเที่ยวชมถ่ายภาพจะรู้สึกเพลิดเพลินจนลืมเวลากันเลย

โดยดอกไม้งามที่เป็นไฮไลต์ที่สุดของดอยอ่างขางก็คือ ‘ดอกนางพญาเสือโคร่ง’ หรือ ‘ดอกซากุระเมืองไทย’ สีชมพูอ่อนหวานที่มีกลีบดอกบอบบาง 5 กลีบนั่นเอง เมื่ออากาศหนาวเย็นต่อเนื่องสักระยะ นางพญาเสือโคร่งจะพากันสลัดใบทิ้งทั้งต้นแล้วผลิดอกสีชมพูพราวไปหมด เที่ยวชมได้ตลอด 2 ฝั่งถนนขึ้นสู่ตัวโครงการหลวงซึ่งเหมาะกับการตื่นเข้าไปชมตอนดอกสีชมพูของนางพญาเสือโคร่งอาบแสงอุ่นๆ เคียงคู่ต้นเมเปิ้ลแดงที่กำลังผลัดใบรับลมหนาว

นอกจากนั้นที่นี่ยังมีจุดชมวิวกิ่วลมและจุดชมวิวของด้ง เป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งอากาศจะหนาวเย็นอาจถึงติดลบ ยามเช้าจึงสามารถพบแม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็งบนยอดหญ้าได้ด้วย พร้อมกับพระตำหนักอ่างขางท่ามกลางป่าเมเปิลและสวน 80 ซึ่งเป็นสวยกลางแจ้งสไตล์อังกฤษ สวยงามด้วยไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวนานาชนิด เช่น กะหล่ำประดับลินาเลีย และชบาอาบูติลอน

หลังจากเที่ยวชมสวนสวรรค์นางพญาเสือโคร่ง พรรณไม้งาม และจุดชมวิวต่างๆ แล้ว หากอยากเสพซับบรรยากาศให้เต็มอิ่มกว่านี้ แนะนำให้แวะไปเยือนสวนหอมที่รวมพันธุ์ไม้กลิ่นหอมทั้งในและต่างประเทศไว้ อาทิเช่น ต้นหอมหมื่นลี้ แมกโนเลีย ลาเวนเดอร์ เป็นต้น แค่เดินผ่านเฉียดๆ ก็หอมชื่นใจแล้ว ถัดมาคือ สวนบอนไซ ที่จัดแสดงบอนไซหลากหลายรูปแบบรวมถึงพันธุ์ไม้หลากชนิด ยุคแรกเริ่มก่อตั้งสถานีในรูปแบบการปลูกเลี้ยงในกระถางบอนไซ

หรือจะขับรถไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่รอบๆ โครงการหลวงก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านนอแล เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องซึ่งทำไร่สตรอว์เบอรีขั้นบันได หมู่บ้านขอบด้งเป็นชาวเขาเผ่ามูเซอทีมีวิถีชีวิตเรียบง่าย และสุดท้ายคือชุมชนชาวจีนยูนนาน ที่บ้านคุ้มบ้านหลวง บ้านปางม้า ซึ่งหมู่บ้านเหล่านี้มีร้านค้าขายของที่ระลึกให้ช้อปปิ้งด้วย

ด้วยความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูและพรรณไม้นานาบนดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่พากันบานสะพรั่งอวดสีสันยามลมหนาวพัดมานี้เอง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างพร้อมใจกันเดินทางไปเยือนในทุกๆ ปีอย่างมีความสุข

 

Travellers’ Guide

Getting there: เดินทางกับสายการบิน THAI Smile จากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ มีเที่ยวบินตรงทุกวัน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที สำรองที่นั่งได้ที่ www.thaismileair.com จากนั้นเช่ารถขับเอง จากเชียงใหม่ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง (ทางหลวงหมายเลข 107) ถึงปากทางขึ้นดอยอ่างขางที่วัดหาดสำราญ (แยกบ้านปางควาย) ให้เลี้ยวซ้ายขึ้นเขาตามทางหลวงหมายเลข 1249

More info: สำนักงานสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทร. 0 5396 9489, ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวอ่างขาง โทร. 0 5396 9492, www.royalprojectangkhang.com

Angkhang
Pink Floral Paradise

Winter breeze has now spread all over Thailand’s North, charmingly filling the region with seas of fog, flowers and crisp air. One of the most beautiful northern mountains is Chiang Mai-Based Doi Angkhang, which is boasting alluringly pink Himalayan cherry blossom.

Famous as an agritourism destination, Doi Angkhang has had a long history as the site of King Rama 9’s 1st royal project. At its heart is the ‘Royal Agricultural Station Angkhang’, which was founded out of the king’s caring concerns for his people and his country’s headwater forest. After King Rama 9 set up this station to discourage mobile plantations and opium farms, Doi Angkhang has transformed into an amazing park. The site becomes beautiful, fun and educational all at the same time.

The best time to visit Doi Angkhang is between December and February. During this period, hundreds of floral species are in full bloom. Among them are peach, Asian pear, plum, daisy, iris and roses. With such floral blossoms, a trip to Doi Angkhang is always so delightful that tourists forget about time and get immersed in photo-taking.

Doi Angkhang’s top highlight is ‘Himalayan cherry blossom’. In the middle of winter, Himalayan cherry trees that line along the road to the royal agricultural station blooms with gentle 5-petaled pink flowers. Morning is the perfect time to cherish the pink blossom as mild sunlight makes these flowers even more alluring. The scenery is especially picturesque when nearby maple leaves are also turning red in the face of increasingly cold weather.

Kiew Lom and Khob Dong vantage points on Doi Angkhang are great spots to watch sunrise and sea of fog. Frozen dewdrops may be magically visible on some mornings too, if Mercury drops below zero. Nestled amid maple forest, the Angkhang Royal Villa and the Garden 80 that presents British-style floral beds rank among other tempting attractions.

For an extra fascinating experience, stroll into the Garden of Fragrances whereby aromatic plants fill the air with their refreshing scents. Inside the garden are sweet olive, magnolia, lavender and many more. bonsai Garden is also worth a visit.

There are several hilltribe villages around the royal-project site. Norlae Village, whose residents are Palaungs, grow strawberry terraces. Populated by Lahu, Khob Dong Village boasts a simple way of life. descendants of Chinese-ethnic people from Yunnan meanwhile have settled down in Ban Khum, Ban Luang and Ban Pang Ma. If you visit their villages, you can shop for souvenirs too.

Whenever colourful flowers including Himalayan cherry blossom on Doi Angkhang beckon amid cool breeze, tourists truly head there with a so happy heart.

 

Travellers’ Guide

Getting there: THAI Smile operates daily direct flights between Bangkok and Chiang Mai. Each flight takes just one hour and 10 minutes. For reservations, visit www.thaismileair.com. In Chiang Mai, get a car rental and take Highway 107 (Chiang Mai-Fang). At Hat Samran Temple, turn left into Highway 1249 that will lead you uphill to Doi Angkhang.

More info: Royal Agricultural Station Angkhang Tel. 0 5396 9489, Angkhang Tourist Information Centre Tel. 0 5396 9492, www.royalprojectangkhang.com

安康山之自然粉林花国

风再次吹拂,笼罩着雾海及弥漫着清新自然氛围的山峦之乡——迈,这里位于吸引着人们前来欣赏美丽娇艳的野生喜马拉雅樱花胜地之安康山。

安康山闻名于农业旅游领域, “安康山皇家农业站”是由拉玛九世推动的泰国第一皇家项目, 该项目旨在把种植游耕和鸦片的撂荒秃山改造成布满温带花卉之世外桃源。

12月至2月之间, 冷风吹来, 是安康山的最佳旅游时间, 数百种温带花卉尽情地盛开登场, 让观赏者心醉于此。而“野生喜马拉雅樱花”或称“泰国樱花”是安康山最具亮点之花, 漫山遍野的樱花开始相续绽放, 呈现绝美如画之风景。

此外,安康山上还有众多景点如赏日出的基罗山观景点和寇栋观景点、枫林中的安康山皇宫、80英式花园、香花园及盆景园。除了这些独特的自然景点,山上的各个少数民族村庄也吸引不少游客前去探访。

可见, 清迈安康山凭借争奇斗艳的壮观泰国樱花及各种美花, 每年吸引着大量游客前往欣赏, 沉醉于其中。

 

旅游指南

交通 : 泰国微笑航空提供每天曼谷至清迈航班,飞行约1小时,预定机票www.thaismileair.com从清迈自驾,沿着清迈-范县(107号公路)行驶至合萨烂寺,再右转沿着1249号公路上山。

详情 : 安康山皇家农业站电话0 5396 9489,安康山皇家农业站旅游中心电话0 5396 9492, www.royalprojectangkhang.com

 

Show Buttons
Hide Buttons