เกาะหาดทรายดำ พื้นที่แห่งความอุดมสมบูรณ์ (Beautiful Ranong) 
膏腴之壤—黑沙滩岛

WORDS : KEMARIN ROCHANARAT

อยากให้คุณมาอิงแอบแนบชิดธรรมชาติ ทอดสายตาชมวิวทะเลอันดามันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา สุดปลายแหลมมะขามในเขตสงวนป่าชายเลน ท่ามกลางหาดทรายสีดำสุดอัศจรรย์ใจที่เกิดจากตะกอนของต้นไม้ใบหญ้าโดยเฉพาะไม้โกงกางที่ทับถมกันเป็นเวลานาน รวมถึงตะกอนทรายใหม่จากสึนามิที่พักขึ้นมาใน พ.ศ. 2547 ณ เกาะหาดทรายดำ ตั้งอยู่ทั้งบริเวณปากแม่น้ำไปจนจรดชายทะเล จึงมีลักษณะทางนิเวศวิทยาและเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ครบถ้วนทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก นานาชนิ

ไม่ต้องรอเรือด่วนที่ไหน เพียงแค่เรือหางยาวจากฝีมือชาวบ้านที่มาคอยให้บริการ ก็ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังเกาะหาดทรายดำได้อย่างง่ายดาย ใช้เวลาแล่นฉิวเพียง 20 นาที จากท่าเรือตำบลหงาว จังหวัดระนอง ก็มาถึงเกาะเล้กๆ ที่ปัจจุบันนี้ยืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยพลังแรงแข็งขันของชุมชนชาวประมงทั้ง 97 ครัวเรือน ซึ่งอยู่ร่วมและพึ่งพาอาศัยกับธรรมชาติ สายไฟใดๆ จึงไม่มีให้เพราะเน้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์

แม้รายได้หลักของผู้คนที่เกาะหาดทรายดำจะอยู่ที่การจับสัตว์ทะเลมาขาย แต่การอนุรักษ์ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เช่นกัน วิถีประมงพื้นบ้านและประมงชายฝั่งของที่นี่จึงเป็นต้นแบบของการอยู่กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน ถึงพวกเขาจะสร้างเม็ดเงินได้โขอยู่จากบรรดาล็อบสเตอร์ตัวโตและปูเนื้อแน่น แต่ก็ยังลงมือทำโฮมสเตย์บริการที่พักและอาหารทะเลสดจากแหล่งกำเนิด ทั้งยังมีแพ็คเกจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชน ให้บริการนักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติและอาหารทะเลได้อิ่มหนำกันถึง 4 มื้อตลอดระยะเวลา 2 วัน 1 คืน มากว่า 6 ปีแล้ว ผู้มาเยือนจะได้ลองใช้ชีวิตเสมือนคนบนเกาะ ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมง ทั้งการรุนอวนจับกุ้งไปจนถึงทำโป๊ะดักปลา

เป็นที่รู้กันว่าระนองคือเมืองฝนแปดแดดสี่ ที่ฝนตกยาวนานถึง 8 เดือนต่อปี จึงสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ทั้งแหล่งนำ้จืดและสัตว์ทะเล นักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสชีวิตคนหาปลาวิถีระนองนั้นไม่ยาก แค่นั่งรถสองแถวไม้อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ ซึ่งเก๋ไก๋กว่าใครตรงที่มีการประดิดประดอยจากไม้สีสันสดใส
และโดยสารรถแบบนี้จากท่ารถในตัวเมืองระนองไปท่าเทียบเรือท่าต้นสน มองหาหลากหลายแพ็คเกจทัวร์ที่มีทั้งเที่ยวสนุกไปกับหาดทรายกระจ่างใสของเกาะช้างหรือเกาะพยาม และอิ่มสบายไปกับอาหารทะเลแบบไม่อั้น หรือจะไปศึกษาธรรมชาติบนเกาะที่เงียบสงบอย่างเกาะหาดทรายดำ หากยังไม่หนำใจจะข้ามไปอีกนิดก็ถึงทะเลพม่าที่กำลังอินกันอยู่ในตอนนี้ก็ได้

แล้วจะรออะไร เปิดใจรับสิ่งใหม่ ปล่อยให้เจ้าถิ่นนำทาง พาตัวคุณไปซึมซับความสมบูรณ์พูนสุขกลางอันดามันกันดีกว่า

ฺBack Sand Island in Beautiful Ranong 
An Ocean’s Bounty

Koh Sai Dam, or Black Sand Island, sits in a prime location at the mouth of a river near the coastline, perfect for fishing and fresh seafood.

Surrounded by vast shoals with open sea just beyond, the water here is a bountiful feeding ground for pelagic fish and other marine creatures, including lobsters, mantis shrimp, crabs, clams, mussels, squids and many more.

The island lies at the tip of Laem Makham cape near a mangrove conservation area with delightful views of the Andaman. Its beaches
are lined with stretches of smokehued sand, given their distinctive color by tiny fragments decaying bark and leaves from the mangroves, and layered with seafloor sediment stirred up by the 2004 tsunami.

The island is also relatively isolated. It is only accessible via a 20-minute long-tail boat ride from the mainland’s district of Amphoe Ngao, the lack of access has preserved much of locals’ traditional way of life.

The long-tail boats’ old-fashioned propellers only just pierce the surface of the sea and they are still driven by roaring engines. They are nonetheless more efficient than high-tech propellers, which are submerged in water.

Remarkably, the 97 households on this island have fixed and built everything by themselves for years. For this self-sufficient little neighborhood, there is no need for electric cables, except for solar energy.

They also make a living from the ocean. Ranong is famed for its eight-month long rainy season, which creates perfect conditions for catching a cornucopia of fish and marine inveertebrates.

The sale of seafood products is a primary source of  income among Koh Sai Dam communities, and locals prioritize conservation. Small-scale fishers have seen steady increases in extra income through the sale of many marine animals.

Although fishers are earning more with high-value sales of lobster and crab, for the past six years they have also begun to cook fresh feasts for seafood lovers as well, as part of a tourism package.

The community’s four-meal eco-tour package spans two days and one night. Visitors also learn the art of fishing on the open sea using nets or traps, as well as processes involved in aquaculture, where fish are raised in floating baskets.

For an authentic local experience, travelers can also take a jaunt on one of the area’s wooden dolmuses (share taxis), which provide public transport between Ranong town’s bus terminal and Tha Ton Son pier.

Your best bet is to buy a full package, which includes all-you-can-eat fresh seafood as well as rides to other islands, like Koh Payam and Koh Chang, to explore their wonderfully white sand beaches.

In addition, Black Sand Island is a good jumping-off point for other islands in the Andaman Sea, as well as for atolls in the territorial waters of neighboring Myanmar.

Let locals lead the way for an authentic island adventure!

膏腴之壤—黑沙滩岛

想发贴邀您来贴近自然,一起欣赏天边安达曼海养眼的海景,以及考察红树林森林保护区。而黑沙滩岛的奇妙之处在于黑色的沙子,它是红木树叶经年累月沉淀,加上2004年海啸后的新底泥沉积而成的。黑沙滩岛比邻河口暨紧靠海滨,富含生态特色,盛产各种各样如虾、蟹、鱼、鱿鱼等海鲜。

在这您无需乘坐快艇,有当地村民提供长尾船摆渡服务,只需20分钟便可轻松登岛。岛上很小,现有97户渔民,他们靠海吃海,依赖大自然生存。为了环保,岛上至今不通电,全依靠自然光照。

黑沙滩岛上渔民唯一的收入来源是捕渔业,他们视保护生态环境为己任。岛上渔民和沿岸渔民与大自然共存的模式可谓典范。在这里,大龙虾和肥美蟹等能给渔民们增加收入,他们还提供民宿服务,用海鲜招待客人等。此外,还给客人定制2天1夜环保深度旅游套餐,让他们从中可以体验大自然, 4顿海鲜餐管够等。近6年内,很多游客登岛体验渔民生活,或捕虾或做鱼货等。

拉廊素有“8雨4晴”的美称,持续下雨时间长达8个月,因而淡水充足适合海洋生物生存。想要体验当地渔民生活并不难,搭乘拉廊市内颜色鲜艳独特时尚的双排车,到TONSON码头后选择您的旅游套餐。其中,游象岛或Phayam岛都是不错的选择,您可以感受清澈洁白的沙滩
和享用美味可口不限量的海鲜。亦或选择到远离喧闹的黑沙滩岛考察大自然,而若再往前一点就可到缅甸海域。

您还等什么呢?敞开心扉接受新事物,让当地人带您去汲取安达曼的繁荣。