หนาวนี้ที่เชียงใหม่ (Chiang Mai for the Winter)
冬季就在清

เชียงใหม่ เมืองหลวงแห่งล้านนาที่งดงามด้วยสายหมอก ดอกไม้งาม และยอดภูสูง ห่มคลุมด้วยคลื่นความหนาวตั้งแต่ปลายปีถึงต้นปี เป็นดินแดนของคนรักธรรมชาติ รวมถึงนักเดินป่าผจญภัยไต่ดอย ดังนั้นการเยือนเชียงใหม่ด้วยการไปสัมผัสลมหนาวบนยอดดอยสูงที่สุด 5 อันดับของไทยในช่วงนี้ จึงมีทั้งความสุขและความตื่นเต้นคละเคล้าอยู่ในเวลาเดียวกัน

Words & Photos: Chaton Chokpattara

เริ่มต้นที่ยอดดอยสูงสุดของไทย ‘ดอยอินทนนท์’ ครองความสูงถึง 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล จนได้ฉายาว่า ‘ป่าเมฆสูงสุดแดนสยาม’ เพราะบริเวณยอดดอยมีสภาพนิเวศเป็นป่าดิบเขาที่สมบูรณ์ที่สุดของไทย จึงมีการจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ผู้สนใจได้ชื่นชม ตลอดทางเราจะได้ยลป่าเขียวครึ้ม ห่มคลุมด้วยมอส เฟิน กล้วยไม้ ไลเคน ฝอยลม และหนวดฤาษี นอกจากนี้ในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ยังมีกุหลาบพันปีสีขาวและแดง บานขานรับการมาเยือนของนกอพยพอีกหลายสิบชนิด

ยามเช้าตรู่บนยอดดอยอินทนนท์จะสดชื่นมีชีวิตชีวาที่สุด เพราะมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นสาดแสงสีทองมาอาบไล้ทะเลหมอกลอยฟ่องราวกับปุยนุ่น เป็นภาพสวยงามยากจะลืมเลือน ยิ่งกว่านั้นยังมีผืนป่าซากุระเมืองไทย หรือดอกนางพญาเสือโคร่งงามจับใจ ไม่ต่างจากที่ญี่ปุ่น ส่วนใครที่ชอบเล่นน้ำ ก็มีน้ำตกให้เล่นสนุกสนานหลายแห่ง ทั้งน้ำตกแม่ยะ น้ำตกสิริภูมิ น้ำตกห้วยทรายเหลือง ฯลฯ ซึ่งล้วนบ่งบอกถึงธรรมชาติอันอุดมของดอยแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

จากนั้นเดินทางต่อไปยังยอดดอยสูงอันดับ 2 คือ ‘ดอยผ้าห่มปก’ สูง 2,285 เมตร ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าต้องหนาวแน่ เพราะอยู่บนเทือกเขาแดนลาว การขึ้นไปเที่ยวผจญภัยต้องใช้เวลา 2 วัน 1 คืน แต่ทางอุทยานฯ อนุญาตให้ค้างแรมได้ เฉพาะที่ลานกางเต็นท์กิ่วลมเท่านั้น ระหว่างทางขึ้นยอดดอยจะได้พบสภาพป่าหลากหลาย ทั้งป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ไปจนถึงส่วนยอดสุดที่เป็นลานหญ้าและไม้พุ่มเล็กๆ เตี้ยๆ ที่มักจะมีดอกหนาดสีขาวเบ่งบานในฤดูหนาว ส่วนนกหรือสัตว์ปีกก็มีให้ชมมากมาย อาทิ นกปีกแพรสีม่วง นกปรอดหัวโขนก้นเหลือง และผีเสื้อมรกต ผ้าห่มปก ซึ่งพบเพียงแห่งเดียวในเมืองไทยที่นี่เท่านั้น

เสร็จแล้วมาต่อที่ ‘ดอยเชียงดาว’ ยอดดอยที่สูงเป็นอันดับ 3 ด้วยความสูง 2,275 เมตร โดยสามารถเดินป่าตลอด 1 วันเต็มขึ้นไป กางเต็นท์นอนบริเวณอ่างสลุงเพื่อรอเช้าวันใหม่ในการเดินต่อขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดดอยหลวง

ดอยเชียงดาวเป็นป่ากึ่งอัลไพน์สมบูรณ์ที่สุดของไทย ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม จึงมึดอกไม้แปลกๆ บานหลายสิบชนิด อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของกวางผาหรือม้าเทวดา ส่วนคนที่ชอบดูดาวในยามค่ำคืนอันมืดสนิทนั้น จะเห็นทางช้างเผือกอย่างแจ่มกระจ่างเลยทีเดียว และหากใครอยากชมรูปทรงสัณฐานของดอยเชียงดาวให้ชัดๆ ก็ต้องแวะไปที่ ‘อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง’   บริเวณจุดชมดอยวิวกิ่วลม สูงราว 1,962 เมตร จะเห็นดอยเชียงดาวผุดขึ้นกลางทะเลหมอก ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นหนึ่งในทะเลหมอกที่สวยที่สุดในเมืองไทย

ปิดท้ายทริปหนาวนี้ที่เชียงใหม่กันที่ ‘ดอยอ่างขาง’ สูง 1,928  เมตร หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตช่วงฤดูหนาว เพราะจะมีดอกไม้ในโครงการหลวงบานให้ชมนับร้อยๆ ชนิด หลากสีละลานตา สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ถือเป็นโครงการหลวงแห่งแรกของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยทรงพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินบนดอยนี้ ซึ่งถูกแผ้วถางปลูกฝิ่นจนกลายเป็นเขาหัวโล้นให้กลับมาร่มเย็นเป็นแหล่งอาชีพปลูกพืชผลให้กับชาวเขา โดยช่วงฤดูหนาวดอยอ่างขางจะกลายเป็นสีชมพูแทรกแซมอยู่ตามป่าเขาเขียวๆ เพราะมีต้นนางพญาเสือโคร่งนับหมื่นๆ ต้น ทิ้งใบผลิดอกสีชมพูอ่อนหวานอวดความงามเคียงคู่ต้นเมเปิ้ลแดงทั่วราวป่า

ไต่ภูสูงสัมผัสความหนาว เคล้าทะเลหมอกถึง 5 ยอดดอยเช่นนี้ แม้จะหนาวจะเหนื่อยบ้าง แต่เมื่อได้พบกับธรรมชาติงดงามและบริสุทธิ์ ความอิ่มสุขก็ดูจะเข้ามาแทนที่อย่างล้นปรี่แล้ว

Travellers’ Guide

Getting there: เดินทางกับสายการบิน THAI Smile จากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ มีเที่ยวบินตรงทุกวัน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที เมื่อถึงเชียงใหม่แล้วเช่ารถยนต์จากสนามบินขับต่อไปเที่ยวดอยได้เลย สำรองที่นั่งได้ที่ www.thaismileair.com

More info: อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. 053 286 729, อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก โทร. 053 453 517, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว โทร. 054 221 309, อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง โทร. 053 248 491, สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทร. 053 969 476-78 ต่อ 114

Chiang Mai for the Winter

Chiang Mai beckons in winter with its rolling hills, seas of mist and dazzling blossoms. The highlands’ top 5 mountaintop attractions, Thailand’s Highest Mountain Peaks, are popular among tourists wanting to experience freezing temperatures.

Thailand’s highest peak is Doi Inthanon that rises 2,565 metres. Doi Inthanon hosts the country’s richest evergreen forests with well-planned nature trails chock-full of Spanish moss, ferns and fruticose lichens. From February to March, white and red azaleas come into bloom as if to welcome migratory birds.

Known for its wild Himalayan cherry blossoms, Doi Inthanon comes to life at the crack of dawn when visitors gather as its sunrise viewpoint to observe the golden rays enveloping the sea of mist that looks like plumes of cotton wool.

The second higest peak is Doi Pha Hom Pok towering as high as 2,285 metres as part of the Dan Lao range. It takes a 2-day-1-night trek to the hilltop where visitors overnight at the Kiew Lom camping site. On the way up, visitors pass through different types of forests including a dry evergreen, mixed deciduous and deciduous dipterocarp forest. The mountaintop grassland is dotted with blossoming white camphor flowers with a variety of birds including the purple cochoa and brown-breasted bulbul as well as the Kaiser-i-Hind (swallowtail butterfly).

Doi Chiang Dao, the third highest hilltop at 2,275 metres, can be reached via a long trek. It has a campsite along the Saloong reservoir and a sunrise viewpoint. Representing Thailand’s richest subalpine vegetation zone, Doi Chiang Dao has several species of wild flowers that come into bloom in winter and provides a habitat for grey Chinese gorals. For stargazers, the hilltop is a good vantage point to watch the Milky Way.

Don’t miss the Huai Nam Dang National Park where its Doi Kiew Lom viewpoint, perched 1,962 metres above sea level, offers a nice vantage point to see Doi Chiang Dao in its entirety.

The best way to wrap up the journey through Thailand’s misty hilltops is by checking out the Doi Angkhang hilltop at 1,928 metres. The hilltop has a wide range of wild flowers, some of which can be seen at the Royal Agricultural Station Angkhang, the first royal project initiated by His Majesty the late King Bhumibol Adulyadej. Back then, this and other nearby hills were naked as a result of illegal opium cultivation by hilltribes. Through the royal project, economic crops were introduced to create sustainable sources of income for the locals. The hilltop is known for its pink wild Himalayan cherry blossoms and red maple trees. It’s an arduous trek up to the summit, but thanks to the lush dense greenery along with fresh air up there it’s well worth the effort.

Travellers’ Guide

Getting there: THAI Smile operates daily flights to Chiang Mai. The duration of the flight is 1 hour and 10 minutes. For reservations, visit www.thaismileair.com

More info: Call the Doi Inthanon National Park at 053 286 729, Doi Pha Hom Pok National Park at 053 453 517, Chiang Dao Wildlife Sanctuary at 054 221 309, Huai Nam Dang National Park at 053 248 491 and Royal Agricultural Station Angkhang at 053 969 476-78 ext. 114.

冬季就在清

年末至年初,兰纳之都——清迈将充满着凉爽气氛,乌海美花的幽静,而在此期间,到泰国排列前5名最高山脉旅行,感受凉风,肯定会点亮幸福和兴奋之感。

开始到泰国第一高山——“茵他侬山”,海拔2,565米,凭借丰富热带森林,让这里誉为“暹罗之最高云林”,沿着山上小径,游客将会欣赏郁葱森林、美花如白色千年玫瑰等,及众多候鸟。黎明时,是茵他侬山最清爽时刻,可以赏金色阳光逐渐照亮棉花般的乌海,还有密集的美丽野生喜马拉雅樱桃,此外,还有众多瀑布如喜利普瀑布和美雅瀑布等供游客玩耍。

随后,接着来到泰国第二高山——“帕洪博山”,海拔2,285米,坐落在丹老山峦之上,推荐旅游时间为2天1夜,可以在公园的龟隆区内搭帐篷过夜,公园里拥有丰富干燥热带森林、混合森林和龙脑香森林,还有许多罕见动物如紫宽嘴鸫、黄臀鹎和帕洪喙凤蝶等。

下一站为泰国第三高海拔2,275米山——“清道山”,跋涉森林1天至昂萨楞区野外过夜,早上继续爬到鲁昂山顶去赏日出美景,清道山拥有泰国最完美的亚高山森林,拥有众多异类花朵绽放,此外,在夜里也可以清楚的观赏银河。游客也可以选择到海拔1,962米的“怀南党国家公园”的观景点,俯瞰清道山浮现在乌海的美景,是泰国最漂亮乌海风景之一。

接着,到海拔1,928高的“安康山”结束此次旅行,安康山作为冬天的好去处,这里拥有拉玛九世的第一皇家农业站,里面共有超过100种美花点缀在绿色森林里。

爬上5座山,赏乌海,怀抱小星星,让纯净的优美自然风光给予美满之幸福吧。

旅游指南

交通:泰国微笑航空提供每天曼谷直飞清迈航班,飞行时间约1小时,从清迈机场,可以租赁车,驾驶到山区游玩,请至www.thaismileair.com预定机票。

详情:茵他侬山国家公园,电话: 053 286 729,帕洪博山国家公园,电话:053 453 517, 清道野生动物保护区,电话:054 221 309,怀南党国家公园,电话:053 248 491,安康皇家农业站,电话053 969 476-78续114。

Show Buttons
Hide Buttons