งามงานศิลป์ ถิ่นเชียงราย (Chiang Rai: The City of Art)
精美艺术胜地——清莱

เชียงราย เมืองที่รายล้อมด้วยทิวเขาและมีห้วยน้ำลำธารไหลลัดเลาะหล่อเลี้ยงวิถีชีวิต ไม่ว่าจะยืนอยู่มุมไหน เขาสูงและสายน้ำก็มักปรากฏให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับภาพความงามนั้นไว้ในความทรงจำเสมอ เชียงรายจึงนับเป็นจุดหมายหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต่างอยากมาเยือน

Words & Photos: Sayan Chuenudomsavad
Special Thanks: Local Experience 360 Degrees, A Project of Tourism Products Department, Tourism Authority of Thailand

สำหรับชาวเชียงรายเอง ผู้ได้เฝ้ามองเขาสูงเบื้องหน้าและได้สัมผัสสายน้ำใสเย็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พวกเขาได้ถูกหล่อหลอมด้วยภาพความงดงามแห่งธรรมชาติและแปรเปลี่ยนออกมาเป็นงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ แทรกตัวอยู่ในแทบทุกเขาสูง จนเมืองแห่งนี้ได้รับการกล่าวขานเป็นถิ่นศิลปิน เมืองศิลปะ (The City of Art)

วัดร่องขุ่น และพิพิธภัณฑ์บ้านดำ คือ 2 สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สะท้อนคำกล่าวข้างต้นได้ดี ในการเดินทางเพื่อไปรื่นรมย์กับงานศิลป์ของถิ่นเชียงราย วัดร่องขุ่นได้รับการบูรณะโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ให้กลายเป็นศาสนสถานที่สวยงาม ขรึมขลัง อลังการ ตัวพระอุโบสถมีสีขาวเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่มาของชื่อ The White Temple บริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยลวดลายอ่อนช้อยมีพลัง และแฝงไว้ด้วยคติธรรมในพุทธศาสนา

ส่วนพิพิธภัณฑ์บ้านดำนั้น เป็นศิลปสถานและที่พำนักของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อีกหนึ่งศิลปินแห่งชาติชาวเชียงรายผู้ล่วงลับ อันประกอบไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมสีดำกว่า 25 หลัง จัดแสดงงานศิลปะและของสะสมอันสะท้อนตัวตนของอาจารย์ถวัลย์อย่างแจ่มชัด ซึ่งสามารถสร้างจินตนาการให้กับผู้เยี่ยมชมได้ตีความกันอย่างหลากหลายมุมมอง

ความงดงามตระการตาทางศิลปะของวัดร่องขุ่นและพิพิธภัณฑ์บ้านดำได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับศิลปินพื้นบ้านรุ่นหลังอย่างสล่านก หรือพุทธา กาบแก้ว ซึ่งได้ผสมผสานอัตลักษณ์ของศิลปินแห่งชาติทั้ง 2 ท่าน แล้วสร้างสรรค์ออกมาเป็นงานพุทธศิลป์ให้กับวัดร่องเสือเต้นโดยใช้โทนสีน้ำเงินฟ้าฉาบทาทับวิหารและงานประติมากรรมประดับ จนโดดเด่นและเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำหรับการมาเยือนเมืองแห่งนี้

ในส่วนของงานศิลปะพื้นถิ่นโบราณ เชียงรายก็ยังคงมีศิลปินผู้สืบทอดรักษาไว้อย่างไม่ขาดสาย ชุมชนเวียงกาหลง เมืองโบราณที่เคยหายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ได้รับการพลิกฟื้นเรียนรู้ถึงความเป็นมาอีกครั้ง ผ่านการศึกษาวัฒนธรรมการผลิตเครื่องปั้นดินเผาของอาจารย์ทัน ธิจิตตัง ที่อาศัยเศษเครื่องเคลือบตามท้องไร่ท้องนา ที่ถูกกลบฝังมาแต่ยุคโบราณมาศึกษา ถอดรหัส และสร้างขึ้นใหม่ จนกลายมาเป็นศูนย์เรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง ที่มีลวดลายงดงามและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผู้มาเยือนสามารถเข้าชมและลงมือทำเครื่องปั้นดินเผาด้วยตัวเองได้

เช่นเดียวกับศิลปะกลุ่มผ้าปักด้วยมือลายชนเผ่าบ้านสันกอง อันเป็นภูมิปัญญาสร้างสรรค์งานผ้าปักที่ใช้ฝีมือประณีตสืบทอดกันมายาวนาน จนสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชน ซึ่งในชุมชนมีศูนย์ฝึกอาชีพสำหรับฝึกสอนผู้สนใจทั่วไปและนักท่องเที่ยวด้วย

ส่วนขัวศิลปะนั้น เป็นหอศิลป์สำหรับแสดงงานและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมก่อตั้งโดยกลุ่มศิลปินเชียงรายเพื่อสนับสนุนการทำงานของศิลปิน และการศึกษาของนักศึกษาศิลปะในจังหวัด ภายในประกอบด้วยอาคาร 2 ชั้น สำหรับจัดแสดงนิทรรศการหลักและหมุนเวียน ให้ทุกผู้คนได้เข้าชมอย่างน่าสนใจ

ไม่เพียงแต่งดงามด้วยงานศิลป์เท่านั้น เชียงรายยังมีอาหารพื้นถิ่นรสชาติดีให้ลิ้มลองมากมาย และด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ เชียงรายจึงเป็นแหล่งปลูกชาและกาแฟชั้นดีแห่งหนึ่งของภาคเหนือด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวล้วนชมชอบรสและกลิ่นของชา-กาแฟ อันเกิดจากการดูแลเอาใจใส่และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น ไร่ชาฉุยฟง ที่สามารถดื่มด่ำกับชาชั้นดีในโอบล้อมของหุบเขาใบชา หรือดอยผาฮี้ สำหรับนั่งจิบกาแฟหอมกรุ่นท่ามกลางทิวทัศน์ของโค้งเขา

เชียงรายถิ่นศิลปิน เมืองศิลปะแห่งนี้ จึงเป็นเมืองที่งามพร้อมด้วยงานศิลป์ละเมียดละไม มีเอกลักษณ์เฉพาะอันถ่ายทอดมาจากศิลปินท้องถิ่น ให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนได้เสพซับอยู่ในแทบทุกมุมเมืองอย่างแท้จริง

 

Travellers’ Guide:

Getting there: เดินทางสะดวกปลอดภัยกับสายการบิน THAI Smile จากกรุงเทพฯ-เชียงราย มีเที่ยวบินทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที สำรองที่นั่งได้ที่ www.thaismileair.com

More info: ททท.สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 7433, วัดร่องขุ่น www.watrongkhun.org, ว้ดร่องเสือเต้น FB : วัดร่องเสือเต้น จังหวัดเชียงราย, พิพิธภัณฑ์บ้านดำ www.thawan-duchanee.com, บ้านอาจารย์ทัน ธิจิตตัง เครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง โทร. 089 838 5874, ขัวศิลปะ www.artbridgechiangrai.org, กลุ่มผ้าปักด้วยมือบ้านสันกอง โทร. 0 5366 7719

Chiang Rai: The City of Art

Thailand’s Northern Province of Chiang Rai has become a favourite destination among travellers thanks to its scenic mountain ranges and endless waterways. Inspired by its natural beauty and landscape, local artists have created diverse works of art and masterpieces. It’s not an exaggeration to call Chiang Rai the City of Art.

 

Wat Rong Khun and Baandam Museum are Chiang Rai’s icons. Wat Rong Khun, or the White Temple, is designed and owned by Chalermchai Kositpipat, a native of Chiang Rai and one of Thailand’s national artists. The ubosot (main chapel) is entirely in white and artistically decorated to reflect Buddhism.

Baandam Museum or the Black House embraces at least 25 black houses which were wholly created by late artist Thawan Duchanee. Like Chalermchai, Thawan was born in Chiang Rai and also one of the country’s national artists. Lots of Thawan’s art pieces are on display inside the museum.

The grandeur of Wat Rong Khun and Baandam Museum has inspired younger artist like PUttha Kabkaew, or Sala Nok, to create Wat Rong Suea Ten with its main chapel in blue shade.

Chiang Rai’s art skills have been handed down from one generation to another and fortunately well preserved in many communities. The lost city of Wiang Kalong was eventually developed thanks to Ajahn Thun Thichittang who excavated terra cotta pottery in paddy fields and finally launched a pottery learning centre there.\

Embroidery is an age-old field of art by tribes people in San Kong village. The embroidery group also classes to interested visitors. Meanwhile, the Chiang Rai Artists Group has set up Kua Silpa (Art Bridge Chiang Rai gallery) to promote local art and culture. There are permanent and revolving art exhibitions in the gallery.

Due to its rich soil, Chiang Rai is full of tea and coffee plantations. Choui Fong Tea Plantation for example, has produced high quality tea while the scenic Pha Hee Mountain is a perfect point to visit coffee plantations and stop for a cup of coffee.

Chiang Rai is definitely a must-visit destination for travellers who appreciate local art and natural beauty.

 

Travellers’ Guide:

Getting there: THAI Smile operates Bangkok-Chiang Rai flights daily. The flight takes 1 hour and 20 minutes. Check www.thaismileair.com for reservations.

More info: TAT Chiang Rai office, Tel. 0 5371 7433, Wat Rong Khun www.watrongkhun.org, Wat Rong Suea Ten, FB : วัดร่องเสือเต้น จังหวัดเชียงราย, Baandam Museum www.thawan-duchanee.com, Baan Ajahn Thun Thichittang Wiang Kalong Pottery, Tel. 089 838 5874, Kua Silpa www.artbridgechiangrai.org, Baan San Kong Embroidery Group, Tel. 0 5366 7719

精美艺术胜地——清莱

山清水秀之清莱,大自然环境的优美总是深刻留在记忆里,让清莱作为游客心目中的目的地之一

清莱人与大自然一直相伴,从而被大自然的秀丽画面融入于灵魂,并将此传达成多彩艺术品,让这座城市被誉为艺术之城。

龙坤艺术庙和黑庙是观赏当地清莱艺术的重要景点。龙坤艺术庙由泰国国家艺术家——查仁猜大师建设而成,其宗教场所壮观精美,处处隐藏着佛教的思想,亦被称之为白庙。黑庙则是泰国国家艺术家——塔湾大师的私人博物馆和住所,里面设有25座黑色建筑,展示了反映大师本身的艺术品和收藏品。

白庙及黑庙的壮观优美深刻的激发并影响了后代当地艺术家普塔大师的灵感,他将两位艺术家的独特艺术融合一起,并给蓝庙创造以蓝色为主的佛教艺术作品,让蓝庙成为清莱必去目的地之一。

对于保护及继承当地古代艺术作品方面,清莱还有许多本地艺术家做出重要的贡献,比如谭大师的陶器生产文化研究,他将望卡隆社区从古自今被埋在土里的古,从而建设望卡隆陶瓷学习中心,游客也可以在这里参观并亲自制作陶瓷。清莱班汕功村的部落手工刺绣布艺,也作为被继承许久的古刺绣布艺智慧,村庄设有手工刺绣布艺职业培训中心。还有,展示并促进文化艺术作品的清莱艺术画廊,这里由清莱艺术团体建成,其目的是为了支持艺术家的工作和艺术学生教育。

清莱不仅充满了艺术的优美,这座城市还拥有许多当地美味菜肴,凭借清莱的肥沃土地,让这里成为泰国北部种植茶叶和咖啡豆基地,比如翠峰茶园,游客可到这里在茶园山谷中品尝优质茶饮和醇香咖啡。

可见,誉为艺术之城的清莱,充满了许多当地艺术家创造并贡献出雅致独特的艺术作品,让游客能在城市的各个角落深刻吸收艺术的优美。

 

旅游指南

交通:泰国微笑航空每天提供曼谷至清莱航班,飞行时间约1小时20分,预订机票请至www.thaismileair.com

详情:泰国旅游局清莱办事处电话 0 5371 7433,龙坤艺术庙 www.watrongkhun.org, 蓝庙FB : วัดร่องเสือเต้น จังหวัดเชียงราย,黑庙www.thawan-duchanee.com, 谭大师望卡隆陶瓷博物馆电话089 838 5874,清莱艺术画廊 www.artbridgechiangrai.org, 汕功村手工刺绣布电话0 5366 7719。

Show Buttons
Hide Buttons