เมืองมุมไบ
(Gandhi’s Museum) 

甘地博物馆


ซึมซับประวัติศาสตร์ ผ่านเรื่องราววีรบุรุษ

มุมไบ หรือ บอมเบย์ เมืองท่าเก่าแก่ที่มีความสำคัญของอินเดีย ทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน ดินแดนที่เต็มไปด้วยร่องรอยจารึกประวัติศาสตร์สำคัญ เป็นศูนย์กลางการต่อสู้เพื่อเอกราชของมหาตมะ คานธี บุคคลสำคัญผู้ทรงอิทธิพลของโลก

บ้านมหาตมะ คานธี เมืองมุมไบจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งผู้คนจากทั่วทุกสารทิศมุ่งหมายจะมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต อดีตสถานที่ส่วนตัวของมหาตมะ คานธี ได้รับการดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ สูง 3 ชั้นสำหรับสายตาคนไทย แต่สำหรับอินเดียจะนับชั้นอาคารแบบตะวันตกโดยนับชั้นแรกเป็นชั้นล่าง ชั้นบนคือชั้นหนึ่ง และไล่ลำดับเลขขึ้นไปเรื่อยๆ โดยพื้นที่อันเงียบสงบแห่งนี้ยังคงบอกเล่าเรื่องราวชีวิตและเก็บรวบรวมสิ่งต่างๆ ของบุรุษผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักต่อสู้ทั่วโลก รุ่นแล้วรุ่นเล่า

Gandhi Museum Mani Bhavan บ้านที่คานธีเคยพักในช่วงปี ค.ศ. 1917-1934 โดย Shri Revashankar Jagjeevan Jhaveri เจ้าของบ้านผู้ศรัทธาและอุทิศตนให้คานธีนั้น นับเป็นสถานที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวมุ่งหวังจะเดินทางมาสัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์ เรียนรู้ชีวิตของมหาตมะ คานธี และมุ่งหมายจะซึมซับความรู้สึกอิ่มเอมตลอด 17 ปีที่ ‘บิดาแห่งอินเดีย’ เคยพักอาศัยอยู่ ซึ่งเวลานั้นเป็นช่วงเวลาแห่งการผลิดอกออกผล และก่อร่างสร้างเอกราชให้อินเดียในเวลาต่อมา

บ้านหลังนี้คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อเสรีภาพแบบอหิงสา ซึ่งคานธีเริ่มเรียนรู้การปั่นด้ายเพื่อใช้ทอผ้าคาดี (Khadi ผ้าฝ้ายทอมือ) แล้วจึงชักชวนให้ชาวอินเดียปั่นฝ้ายทอผ้าใช้เอง เหลือแล้วขาย นับเป็นการรณรงค์ไม่ใช้เครื่องจักรและไม่ซื้อสินค้าจากอาณานิคมอังกฤษ และริเริ่มแนวทางสัตยาเคราะห์ – Satyagraha การต่อสู้บนรากฐานของสัจจะ และออกแถลงการณ์รายสัปดาห์ (Saatyagrahi) เพื่อต่อต้านกฎหมายที่ลิดรอนเสรีภาพสื่อ จึงเป็นที่มาของประติมากรรมเครื่องปั่นด้ายทำจากเหล็กภายในบ้านคานธีแห่งนี้ นี่คือสัญลักษณ์แห่งสัจจะและอหิงสา เปรียบเป็นเครื่องมือที่คานธีใช้ในการเคลื่อนไหวสู่อิสรภาพจากอาณานิคมอังกฤษ

Gandhi Museum Mani Bhavan ยังเป็นศูนย์รวมจัดการประชุมถกหาแนวทางการต่อสู้จนเกิดเป็นแนวทาง อารยะขัดขืน – Civil Disobedience เรียกำด้ว่าเป็นบ้านที่หล่อหลอมผู้คนให้ดำเนินการขัดขืนอย่างสงบ สร้างแรงบันดาลใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมถึงความเสียสละต่อสาธารณะ พิพิธภัณฑ์บ้านคานธีแห่งมุมไบ จึงทำหน้าที่สะท้อนและส่งต่อปรัชญาคานธี ความรัก เสรีภาพ สันติภาพ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมบ้านคานธีได้อย่างเพลิดเพลิน ชั้นล่างเป็นห้องสมุดที่อัดแน่นด้วยหนังสือกว่าห้าหมื่นเล่ม ชั้นหนึ่งมีห้องออดิทอเรียมที่ใช้จัดเสวนา สัมมนา งานประชุม โดยมีรูปภาพอัตชีวประวัติคานธี หนังสืออ้างอิงต่างๆ และเมื่อขึ้นไปชั้นสองก็จะพบห้องที่คานธีเคยพักและทำงาน โดยตกแต่งเป็นห้องกระจกเพื่อรักษาสภาพเดิม ทำให้มองเห็นถึงความเรียบง่ายในการใช้ชีวิต ห้องถัดไปคือห้องจัดแสดงข้าวของส่วนตัวคานธี รูปปั้น ภาพถ่าย ขณะที่แกลเลอรี่ถัดไปจัดแสดงภาพชีวิตช่วงสำคัญๆ ออกมาดัดแปลงเป็นฉากประกอบหุ่นขนาดเล็กเผยแง่มุม เหตุการณ์ที่ส่งผลให้บุรุษนามว่า โมหันทาส กะรัมจันท คานธี (Mohandas Karamchand Gandhi)
ได้รับการขนานนามจากยอดกวีอินเดีย รพินทรนาถ ฐากุร ว่า มหาตมะอันหมายถึง ผู้มีจิตใจสูงส่ง

หากมีโอกาสได้มาถึงมุมไบ บ้านมหาตมะ คานธี ควรได้รับการบรรจุไว้ในลิสต์การเดินทางให้เป็นหนึ่งใในสถานที่สำคัญที่ต้องมาเยือน เหมือนได้กระตุ้นความทรงจำในอดีตให้กลับมาโชติช่วงอีกครั้ง

พิพิธภัณฑ์คานธี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 9.30-18.00 น. ค่าเข้าชม 10 รูปี สนับสนุนพิพิธภัณฑ์ได้ด้วยการซื้อหนังสือและของที่ระลึก เว็บไซต์ www.gandhi-manibhavan.org

Gandhi’s Museum

Mumbai or former Bombay is an old historic cit of India. Now a touristic destination with famous place like Mani Bhavan home where Mahatma Gandhi stayed from 1917-1934 and initiated the non-coopeartion movement leading towards India’s independence from Britain. The owner, Shri Revashandar Jagjeevan Jhaveri dedicated his house as a memorial to Gandhi.

Mahatma Gandhi once lived in this simple, two-storey building, which is now a museum, library and research center depicting Gandhi’s life and struggles for Indian freedom through peaceful means (Ahimsa). He held meetings here with the communities to campaign for “Civil Disobedience” in order to gain independence through non-violent
resistance “Satyagraha” .He issued a weekly announcement “Satyagrahi” to denounce laws that limited the freedom of the media.

Inside the house is a statue of Gandhi, a symbol of Ahimsa, where people pay tributes, his spinning wheels to weave cotton (Khadi), as part of refusing to buy British goods and adopt the use of local handicrafts, and library with over 50,000 books. There is also a hall with photographs and paintings of his lifetime on display. On the second floor one can see his modest bedroom.

A must-see place when in Mumbai!

The house is open every day from 9.30am-6pm.Entrance fee is 10 Rupee. One can support this museum by buying books or souvenirs.
www.gandhi.manibhavan.org

甘地博物馆

印度重要港口城市孟买因为甘地博物馆,如今不仅成为著名的旅游城市,而且还是拥有重要历史遗迹的地方。

甘地博物馆不大,印度国父甘地生命中的最后144天就是在这里度过的,也是在这里被刺身亡。馆内的院子里可以看到圣雄甘地的最后的脚印。

博物馆底层展览着甘地雕像,供人们瞻仰。馆内展览着许多照片和图片,展示了圣雄甘地重要时刻的活动。馆内的图书馆,内有藏书5万多册。二楼也有很多参考书。一架铁制纺织机引人注目。甘地身体力行地织布,说服人们自己织布、自己使用,不买英国殖民者的布匹。以推行他的“非暴力不合作运动”理念,和英国殖民者斗争。

二楼的玻璃房让参观者清楚地看到甘地简朴的生活,里面陈设了甘地用过的床和小桌子以及一些极其常用的物品。隔壁的一个房间展览了一些反映甘地活动的雕像,非常生动。

博物馆开放时间:每天早上9点半-下午6点。门票:10卢比 。

博物馆网站 : www.gandhi-manibhavan.org