พิพิธภัณฑ์คำปุน งามสง่าผ้าทอเมืองอุบลฯ (Khampun Museum)
康邦博物馆,乌汶雅致织物

อุบลราชธานี เมืองงามนามดอกบัว มีเพียงสืบทอดประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าและวัฒนธรรมอันงดงามมายาวนานกว่า 200 ปีเท่านั้น หากยังเป็นเมืองที่วางตัวอยู่ทางตะวันออกสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นก่อนพื้นที่ใดๆ จนก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจประทับลงบนผ้าทอเอกลักษณ์ประจำจังหวัด ภายใต้ชื่อ ผ้ากาบบัวแสงแรกโดยครูมีชัย แต้สุจริยา ผู้ก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์คำปุน และ บ้านคำปุน

Words: Piyalak Nakayodhin
Photos: Kritthapol

จากผ้ากาบบัวแสงแรก ย้อนสู่ตำนานแห่งผ้าไหมคำปุน สำหรับคนรักผ้าไทยแล้ว ย่อมรู้จักชื่อเสียงผ้าไหมนามนี้กันเป็นอย่างดี ด้วยความประณีตของเส้นใย การประกอบสีหลากหลายกลมกลืนสวยงาม โดยฝีมือปราชญ์ทอผ้า คุณแม่คำปุน ศรีใส ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) ปี พ.ศ. 2561 และครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี พ.ศ. 2553 และบุตรชาย-ครูมีชัย ผู้คิดค้นเทคนิคและออกแบบลายผ้ากาบบัว อันเลื่อลือไปทั่วโลก ทั้ง 2 ท่านต่างมีปณิธานในการสืบสานผ้าอดีตมิให้สูญหายและต้องการแบ่งปันความรู้ด้านการทอผ้า จึงเปิด ‘พิพิธภัณฑ์คำปุน’ ขึ้นในพื้นที่ติดกับบ้านคำปุน ณ อำเภอวารินชำราบ โดยบ้านคำปุนอันร่มรื่นมีสระบัวงดงามตรงกลางนั้นจะเปิดให้เข้าชมโรงทอผ้าเพียงปีละครั้งในช่วงเทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัด ส่วนพิพิธภัณฑ์คำปุนเปิดให้แวะเยือนได้ทุกวัน ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งกลุ่มอาคารแบบเรือนไทยอีสานประยุกต์เป็น 3 หลัง ได้แก่ อาคารหอพระธาตุพิพิธภัณฑ์, อาคารหอไตร เก็บรักษาตู้พระไตรปิฎกโบราณ และอาคารคำปุนมิวเซียมคาเฟ่ ซึ่งเป็นคาเฟ่กับร้านขายของทีระลึก

จากประตูด้านหน้าพิพิธภัณฑ์คำปุน ซ้ายสุดจะเป็นอาคารคำปุนมิวเซียมคาแฟ่ มีอาหาร ของว่าง และเครื่องดื่มบริการท่ามกลางบรรยากาศโอ่อ่าสง่างาม พร้อมจำหน่ายของที่ระลึกจากฝีมือบ้านคำปุนโดยตรง ส่วนตรงกลางเป็นอาคารหอไตร และถัดไปจึงเป็นอาคารหอพระธาตุ พิพิธภัณฑ์ อาคารหลักที่จัดแสดงประวัติ ผลงาน เครื่องมือเครื่องใช้ในการทอผ้าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกันที่นี่ยังเป็นหอพระธาตุ มีบุษบกประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ บนปูนปั้นนกหัสดีลิงค์ นกในตำนานที่มีศีรษะ (หัว) เป็นเศียรช้าง แสดงถึงศรัทธาทางศาสนาและวัฒนธรรม ที่นี่จึงเป็นพิพิธภัณฑ์ทอผ้าที่สืบสานศรัทธาต่อพุทธศาสนาด้วย โดยครูมีชัยรับแนวคิดมาจากคุณยายว่า การทำเพื่อสัมมาอาชีพนั้นน่ายกย่อง แต่ถ้าได้ทำโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คือทำสิ่งทอในพระพุทธศาสนายิ่งเป็นเรื่องน่ายกย่องกว่า ผู้มาเยือนพิพิธภัณฑ์จึงสัมผัสได้ถึงความสุขสงบในหอพระธาตุ ซึ่งจะมีการนิมนต์พระสงฆ์มาแสดงธรรมให้ฟังตามโอกาส ผสานไปกับคุณค่าแห่งผ้าทอ อันสะท้อนจากการจัดแสดงเครื่องมือทอผ้าที่เก่าแก่ เลอค่า และหายาก อุปกรณ์การทำเส้นใยด้วยพวงสาว (สาวเส้นไหม), เหล่ง (ทำใจไหม), ไน (ปั่นเพื่อปรับปรุงคุณภาพของเส้นใยด้วยมือ), อัก (เก็บเส้นไหม)และกรรมวิธีทอผ้ารูปแบบต่างๆ เช่น มัดหมี่ (มัดไหมผูกให้เป็นลวดลายแล้วย้อมสี), ขิด (ยก), จก (ควัก ล้วง ดึง เส้นด้ายพุ่งพิเศษขึ้นลงเพื่อสร้างลวดลาย) ที่มีช่างทอผ้าของบ้านคำปุนนั่งทอให้ชมอย่างใกล้ชิด ตลอดเวลาเดินชมเสียงตีกระทบฟืม เหยียบตะกอ สอดกระสวยเส้นพุ่งดังมาให้ได้ยินเป็นระยะ บ่งบอกถึงภูมิปัญญาในอดีตให้ประจักษ์ว่า ด้วยเครื่องมือไม่ซับซ้อนเพียงไม้กับไม้ไผ่ก็สามารถสร้างสิ่งทออันมหัศจรรย์เช่นนี้ได้

ก่อนก่อตั้งพิพิธภัณฑ์คำปุน ครูมีชัยเคยทำงานสายการบินมาก่อน แต่ด้วยความที่เติบโตและผูกพันกับผ้าทออันเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ เช่น ผ้าปูมที่เป็นของพระราชทานให้ขุนนางชั้นพระยาพานทองขึ้นไป เครื่องมือทอผ้าของคุณยายที่มีลายรดน้ำ ปิดทองประดับกระจก ทำให้ปรารถนาจะสืบสานคุณค่าแห่งศิลปะนี้ไว้ ประกอบกับเกิดแรงกระตุ้นจากหลายคนที่อยากเห็นผ้าทอเมืองอุบลฯ แบบใหม่ นอกเหนือจากแบบดั้งเดิมอย่างผ้าซิ่นล่อง ผ้าซิ่นตีนตวย ผ้ายกอุบลฯ ครูมีชัยจึงตัดสินใจออกมาพัฒนางานผ้าทอในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน ด้วยการคิดค้นลายผ้าและเทคนิคทอผ้าใหม่ๆ เช่น ผ้ากาบบัว ซึ่งกลายมาเป็นผ้าประจำจังหวัดที่ใช้เทคนิค 4 ชนิดรวมกัน คือเทคนิคมัดหมี่ ควบเส้นสีมับไม (ไหม 2 สีปั่นเกลียวเป็นหางกระรอก) จกด้วยดิ้นเงินดิ้นทอง และขิดหรือยกเป็นลาย, ผ้าธัญพัสตร์ ใช้เทคนิคจากแป้งและธัญพืช มาเป็นวัตถุดิบในการสร้างลวดลายบนผ้า รวมถึงการฟื้นฟูผ้าทอโบราณขึ้นมาเพื่อมิให้สูญหาย อย่างผ้าซิ่นทิวมุกที่หายไปเกือบร้อยปี และผ้าเยียรบับลาว ซึ่งมีหลักฐานพระราชหัตถเลขาในรัชกาลที่ 5 ถึงกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลอีสาน ชมเชยความงดงามของผ้าเยียรบับลาวจากเมืองอุบลฯ ว่า “…ผ้านี้ทอดีมากเชียงใหม่สู้ไม่ได้เลย…” และยังเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ผลักดันให้ผ้าทอเมืองอุบลฯ 18 รายการ ได้รับการจดจารเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยด้วย

เมื่อเอ่ยถึงพิพิธภัณฑ์คำปุน จึงหมายถึงการหลอมรวมความเป็นครูมีชัยและภูมิปัญญาแห่งผ้าคำปุนเมืองอุบลฯ ตั้งแต่รุ่นคุณทวด คุณยาย และคุณแม่ของครูมีชัยไว้ด้วยกัน ซึ่งครูมีชัยมุ่งหวังให้ผู้มาเยือนโดยเฉพาะเยาวชนและคนรุ่นใหม่ที่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์คำปุนเกิดความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมนี้และอยากสืบสานให้ยาวนานต่อไป …

 

Travellers’ Guide:

Getting there: เดินทางไปกับสายการบิน THAI Smile จากกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ใช้เวลาเดินทาง 1ชั่วโมง 5 นาที สำรองที่นั่งได้ที่ www.thaismileair.com จากนั้นนั่งรถแท็กซี่จากสนามบินอุบลฯ ไปยังบ้านคำปุน ประมาณ 20 นาที

More info: บ้านคำปุน เปิดให้เข้าชมปีละครั้ง สำหรับปีนี้เปิดให้เข้าชมวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. ส่วนพิพิธภัณฑ์คำปุน และคำปุนมิวเซียมคาเฟ่ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. โทร. 0 4525 4830, FB: Khampun Museum

Khampun Museum: Showcasing Remarkable Textiles

Ubon Ratchthani, the northeasternmost province in Thailand, boasts the country’s first sunlight each morning. The phenomenon has inspired textile artist Meechai Taesujariya to create a unique fabric pattern which he proudly calls ‘Kabbua First Ray of the Dawn.’

Years before the ‘Kabbua First Ray of the Dawn’ was born, Meechai has been preoccupied with the intricacy of hand-woven Thai textiles-the obsession he absolutely inherited from his mother, Khampun Srisai. Khampun was named a National Artist for Visual Arts in 2018 and Heritage Artist in 2010. Together with Khampun, Meechai has invented weaving techniques and designed textile patterns. They vowed to conserve the age-old skills and knowledge, consequently the founding of Khampun Museum in the compound of Ban (House) Khampun in Warin Chamrap District. Ban Khampun is open to the public once a year during the Candle Festival while the museum is open daily.

In addition to the museum building, the compound include a café, Buddhist scripture hall and Buddha relic hall. Age-old weaving tools and history of textiles are housed in the main building. The entire museum reflects the faith in Buddhism and culture – a teaching implanted on Meechai by his grandmother. Walking in the museum compound, you may feel that you are in an oasis of serenity only to be awakened by the noise of weaving instruments and looms in a workshop.

Inherited the love of textiles since childhood, Meechai has a strong desire to preserve the artistic values and created new designs in addition to the traditional ones. He invented new patterns and weaving techniques which have culminated into 4 different methods exclusively adopted in Ubon Ratchathani. He also played a vital role in having 18 types of hand-woven textiles in the province registered as Thailand’s Cultural Heritage.

Khampun Museum is an outstanding showcase of Meechai’s textile craftmanship and the textile-weaving talents of this mother and ancestors. Meechai’s major wish is to disserminate the pride of traditional Thai culture among the next generation.

 

Travellers’ Guide

Getting there: Fly THAI Smile from Bangkok to Ubon Ratchathani, 1 hour and 5 minutes. For reservations; www.thaismileair.com. From Ubon Ratchathani airport, take a taxi for 20 minutes to Ban Khampun.

More info: Ban Khampun is open once a year. This year, it is open on July 15-17, from 09.00am – 07.00 pm. Khampun Museum and Khampun Museum Café are open daily from 09.00 am – 05.00 pm. Tel. 0 4525 4830, FB: Khampun Museum

康邦博物馆,乌汶雅致织物

乌汶承载200年悠久历史文化,凭借位于泰国最东北的独特地理位置,使这里作为泰国太阳最早升起的区域,从而成为创造第一缕曙光花样的独特卡捕织物的灵感。

康邦丝绸闻名天下,丝线精致,多彩优美,为了保护古代织物,分享织物的知识,康邦丝绸的创造人,2018年泰国国家视觉艺术家和2010年泰国国家工匠师的康邦·斯赛女士与发明卡捕织物的技术和花样的米猜老师一起建立康邦博物馆。

博物馆区分为3座泰式伊森房屋,包括位于最左边位置的康邦博物馆咖啡厅,气氛宽敞优雅,提供美食及饮料,还有售卖康邦屋手工伴手礼。中间位置设有藏经阁,而旁边便是佛祖舍利阁博物馆,这里是纺织及其作品展览的主楼,里面还珍藏了佛祖舍利,参观者可观赏织物的宝贵价值和各种编织过程和设备,同时也能享受到佛教带来的静谧之气氛。

由于对织物有着亲密的关系,米猜老师亦有意想持续其艺术的价值,加上许多人的支持,让他决定更一步发展织物,从而发明新颖织物的花样和技术,如使用四种纺织技术做成的卡捕织物、使用谷物技术做成的谭雅帕织物,并且还将古代织物来修复及保护,如拉玛五世国王时期有记载的颜遍老织物等。米猜老师还作为18种乌汶府织物的保护及推动的重要贡献者,让其织物被评为泰国文化遗产。

因此,康邦博物馆亦呈现了米猜老师的本身特性和康邦织物智慧的完善融合,并期望参观者能为其泰国文化遗产感到自豪,让该宝贵艺术将持续保护下去。

 

旅游指南

交通:泰国微笑航空曼谷至乌汶航班,飞行约1小时,预定机票www.thaismileair.com。从乌汶机场乘的士至万康邦约20分钟。

情:万康邦屋每年对外开放一次,今年于7月15日-17日09.00-19.00 开放。康邦博物馆和康邦博物馆咖啡厅每天09.00-17.00营业,电话:0 4525 4830,FB: Khampun Museum

Show Buttons
Hide Buttons