ความกลมกล่อมที่ไม่เคยจาง ของหลวงพระบาง (Luang Prabang’s Seamless Blend) 
琅勃拉邦——永不消逝之精美

WORDS & PHOTOS : KORAKOT PUNLOPRUKSA

“ถึงแม้การเดินทางจากไซ่ง่อนในเวียดนาม ตามแม่น้ำโขงไปถึงหลวงพระบางในลาว จะใช้เวลาเท่ากับการออกทะเลเดินทางกลับฝรั่งเศสก็ถือว่าเป็นการเดินทางที่คุ้มค่า และไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย” นี้คือประโยคซึ่งบรรยายถึงแม่น้ำโขงและหลวงพระบางช่วงอยู่ในอาณัติปกครองของฝรั่งเศสไว้อย่างตรึงใจ
ให้อยากตามรอยไปชมความงามของเมืองมรดกโลกแห่งนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า

ความงามอันแตกต่างจากเมืองอื่นๆของหลวงพระบาง เมืองหลวงเก่าของลาวมีตั้งแต่เรื่องที่ตั้ง ซึ่งมีแม่น้ำคานและแม่น้ำโขงขนาบสองด้าน มีภูเขาพูสีลอยเด่นเป็นสง่ากลางฟากฟ้าในเขตเมืองเก่าและยังมีความรุ่มรวยของสถาปัตยกรรมและมรดกศิลปะที่สะท้อนถึงความเป็นท้องถิ่นผสมตะวันตกในช่วงอาณานิคมฝรั่งเศสอย่างลงตัว ซึ่งสังเกตได้จากสถาปัตยกรรม ศิลปะของวัดวาอารามอาคารบ้านเรือน ที่สร้างตามแบบเดิมให้ฝังอยู่ในผังและแผนของเมืองแบบตะวันตก โดยมีถนนแทรกและซอยเป็นระเบียบ เชื่อมวัฒนธรรมสองแบบไว้ให้เป็นหนึ่งเดียว โดยยังคงอนุรักษ์ไว้อย่างยอดเยี่ยม จนได้รับการยกย่องจากยูเนสโก ให้เป็นเมืองมรดกโลกที่ชวนให้ไปสัมผัส

ดังนั้นทุกครั้งที่กลับไปหาอ้อมกอดของเวลาที่เดินช้าในหลวงพระบาง ฉันยึงมีความสุขและรู้สึกสดชื่นตื่นตาเสมอ

นอกจากความสงบของรุ่งเช้าในวิถีหลวงพระบางที่จะได้สัมผัสขนบชีวิตของชาวบ้านกับการใส่บาตรข้าวเหนียวเสียงระฆัง เสียงพระสวด กลิ่นธูป ดอกไม้ถวายตามวัด พระเณรทำความสะอาดลานวัด หรือการสนทนาธรรมะใต้ต้นไม้แล้ว ความเบิกบานของการไปหลวงพระบาง ยังคือการรู้จักกับปัจจุบันของเมือง ที่มีการต่อยอดวัฒนธรรมและงานศิลปะด้วยความคิดสร้างสรรค์ในแบบที่ตัวเองมีโดยอิงกับอดีตตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นคนหลวงพระบางเอง หรือคนที่หลงรักสมัครใจเข้ามาใช้ชีวิตในกรุ่นกลิ่นลูกผสมเฉพาะตัวของเมือง

สองข้างทางของถนนศรีสว่างวงศ์ถนนเส้นยาวที่ทอดผ่านจากตลาดหัวถนนจนสุดปลายแหลมที่สองแม่น้ำสบกันไม่มีความน่าเบื่อเลย เพราะมีร้านรวงของงานผ้าทอพื้นเมืองจากชาวบ้านเผ่าต่างๆ งานหัตถกรรมทั้งแบบดั้งเดิมและล้ำสมัย เครื่องประดับตกแต่งที่ออกแบบจากแรงบันดาลใจจากบุคลิกของหลวงพระบาง และร้านอาหารร้านกาแฟ เรียงรายดึงดูดสายตาเต็มไปหมด

สำหรับร้านผ้าทอขึ้นชื่อ ร้านออกพบตก (Ock Pop Tok) ถือเป็นร้านรวมผ้าทอฝีมือเยี่ยมจากทั่วลาว และรอบๆ หลวงพระบาง ที่มีเรือน Heritage House แสดงงานผ้าทอของชนเผ่า และผ้าสะสมงานชั้นครูให้ทั้งชมและช้อปส่วนศูนย์เรียนรู้งานฝีมืออยู่ริมน้ำโขงนอกเมืองก็มีคือ ออกพบตก ลีฟวิ่ง คราฟต์ (Ock Pop Tok Living Craft Centre) ซึ่งสามารถขึ้นรถหน้าเรือน Heritage House ไปดูขั้นตอนการย้อมสีผ้า ทอผ้า ปักผ้า และพิมพ์ลายจากศูนย์เรียนรู้นี้ได้ด้วย

นอกจากนั้นร้านที่ร่วมสมัยและแปลกตาที่สุด ก็คือ พาสาผ้า (Passa Paa) ที่เน้นใช้สีขาวมาแต่งร้านเก่าให้มีความสมัยใหม่ขึ้น ผ้าลายสวยของที่นี่ จะผสานทั้งลวดลายผ้าปักและผ้าพิมพ์ของชนเผ่าม้ง ออกมาเป็นงานผ้าร่วมสมัยกลิ่นอายชนเผ่าตามสายตาของ Heather Smith นักออกแบบชาวอังกฤษ เธอพาความเป็นนักออกแบบกราฟิก มาผสมให้ออกมาเป็นผ้ากับทีมฝีมือหลวงพระบาง ที่เธอตั้งศูนย์สอนและทำงานด้วยกัน ผ้าพันคอ ต่างหูกระเป๋าหนังผสมผ้า ทุกอย่างเน้นการสกรีนลายกราฟิกที่อิงลายชนเผ่าทั้งสิ้น

ส่วนร้านกาแฟน่านั่งมากมายหลายร้าน ไม่ว่าจะนั่งในตึกโบราณพื้นกระเบื้องโคโลเนียลหรือในสวนต่างก็มีกาแฟรสชาติดี ในบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ร้านกาแฟที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังคือ โจมา เบเกอรี่ (Joma Bakery Café) และ ร้านแซฟฟรอน (Saffron Coffee) ร้านอาหารพื้นเมืองอร่อยมีหลายระดับลานตา แต่หนึ่งในร้านที่มีรูปลักษณ์ใหม่ คือ บ่วง (Bouang) มีสีสันตกแต่งร้านฉีกแนว ด้วยการใช้ความร่วมสมัยของถาด จานสังกะสีระบายสี ผสมกับตะกร้ากระจาดงานฝีมือชาวบ้านมาแต่งร้าน และมีเมนูเด็ดเป็นหมูสามชั้นพะโล้ในเครื่องเทศ อาหารฝรั่ง เบอร์เกอร์เจ ที่อัดแน่นในถาดด้วยความอร่อย

อีกเสน่ห์ที่เป็นทั้งความอร่อยและความสนุก คือตลาดเช้าของหลวงพระบางที่มีของอร่อยและสีสันไม่เคยเปลี่ยนแปลง หนึ่งในอาหารห้ามพลาดคือ ข้าวเกรียบปากหม้อหลวงพระบางร้อนๆ ที่ตอกไข่ห่อไว้โรยด้วยหอมซอยทอดกรอบ บีบมะนาวราดซอสหวานเค็มเอง นอกจากนั้นเฝอหน้าวัดแสนก็สุดยอด โดยเฉพาะเฝอเนื้อที่แล่บางเฉียบ ใช้น้ำซุปลวกให้สุกก่อนจะบีบมะนาว แล้วเด็ดใบสะระแหน่ใบโหระพา หอมหัวใหญ่ซอย และผักต่างๆ แบบยกสวนมาใส่เอง

ทั้งหมดนี้จึงคือส่วนหนึ่งแห่งเสน่ห์อันกลมกล่อมของหลวงพระบาง ที่ไปเยือนกี่ครั้งก็ไม่เคยจืดจาง…

TRAVELLERS’ GUIDE

• เที่ยวบิน THAI Smile ออกเดินทางทุกวัน จากกรุงเทพฯ-หลวงพระบางด้วยเที่ยวบินขาออก BKK-LPQ WE576 และขากลับ LPQ-BKK WE577 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 35 นาที ขาออกขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิไปลงที่สนามบินหลวงพระบางซึ่งเป็นสนามบินขนาดเล็กที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามมาก

Luang Prabang’s Seamless Blend

The beauty and the golden glitter of Luang Prabang was well documented during French Colonial times. It was said that it took longer to sail up the Mekong from Saigon to Luang Prabang than it did to sail from Paris to Saigon. But it was well worth the effort and not a waste of time.

In terms of geography, Luang Prabang is different from other cities as it’s flanked by the Khan and Mekong rivers. Mount Phousi cuts a striking towering figure on the Luang Prabang skyline. The former royal capital’s rich artistic and architectural heritage is a seamless blend of Lao and Western styles, a hangover from the colonial era. Well-preserved traditional religious and residential structures – as befitting its status as a UNESCO World Heritage site – are set in Luang Prabang’s Western-style grid of streets connecting the two cultures fusing into oneness.

Every time I return to the embrace of Luang Prabang’s time warp, it feels refreshing and exciting as ever.

Luang Prabang’s morning calm is as delightful as its everyday life, from locals making offerings of glutiuous rice and other food to Buddhist monks and a peal of bells from a nearby temple to the whirling smokes of burning incense.

But the sheer joy of visiting Luang Prabang is to get to know its present. The city keeps changing all the time. As everything else, Luang Prabang’s cultural, creative and artistic life seems attached to the past. Nowhere is the effect of the past more apparent than in the peopel of Luang Prabang.

Sri Sawang Wong Road, stretching from the market to the point marking the confluence of the two rivers, is lined on both sides with shops selling handwoven fabrics crafted by different ethnic groups, traditional and contemporary handicrafts, personal ornaments reflecting the character of city, and eye-catching stylish restaurants and coffee shops.

Worth checking out is a fabrics shop called Ock Pop Tok, a repository of top-quality fabrics from all over Laos. On the outskirts of Luang Prabang, the shop operates different branches
of Heritage House displaying handwoven fabrics made by ethnic groups and superb collectible fabrics by master weavers that are both on view and for sale.

The shop also offers a daily tour of its textile factory, Ock Pop Tok Living Craft Centre, that’s on the city’s outskirts and set on the riverfront. It’s a good place to get the hang of the manufacturing process, from weaving and natural fabric dyeing to pattern design, embroidery and screen printing.

Another interesting shop is Passa Paa with its all-white décor. There are plenty of fabrics featuring beautiful contemporary Hmong-style motifs designed by British graphic/print designer Heather Smith with the use of embroidery and screening printing. Smit has established a learning centre where she and local workers churn out scarves, earrings, leather-cloth bags displaying graphic print inspired by ethnic motifs.

Lovely cafes in different settings, from old buildings with colonial-style floors to gardens, are a temptation to overindulgence. All serve great tasting coffee in a relaxed atmosphere. Never disappointing is Joma Bakery Café and Saffron Coffee. Of all eateries offering local delicacies, Bouang stands out thanks to its colourful furnishings including coloured tin trays and dishes and handwoven baskets. Standout dishes incldue braised pork belly five-spice fragrant stew and scrumptious Western-style vegetarian burgers.

Don’t miss Luang Prabang’s morning market that is replete with tasty delicacies. Worth trying is steamed rice dumplings wrapped in eggs and seasoned with crispy fried sliced shallots, lime juice, and sweet and sour sauce. Equally scrumptious is pho (Vietnamese rice noodle soup with thinly sliced pork seasoned with lime juice mint and basil leaves, and chopped onions, served alognside fersh greens) that’s available at shops just opposite Wat San.

Luang Prabang is full of old-world charm that never ceases to amaze.

TRAVELLERS’ GUIDE 

• THAI Smile operates a daily service between Bangkok’s Suvarnabhumi Airport and Luang
Prabang. The outbound flight is BKK-LPQ WE576 and the inbound flight LPQ-BKK WE577. Flight time is about one hour and 35 minutes.

琅勃拉邦——永不消逝之精美

“即便从越南西贡沿着湄公河旅行至老挝琅勃拉邦等于出海到法国的路程时间,也算是非常值得的旅行”,这句话诉说了湄公河及法国殖民统治时期的琅勃拉邦,吸引着人们来到这座世界遗产城市去追溯、赞赏它的魅力。

琅勃拉邦与其他城市不同的独特优美在于它的优越位置,拥有南康河和湄公河相伴,且还有坐落在该世界遗产古镇区的壮观普西山。此外,充满了反映法国殖民统治时期的当地传统与西方风格相融合的建筑物及艺术遗产,是当地传统建筑艺术与西方城镇规划完美融合之地,将两种文化连结成一体,而保护完好至被联合国教科文组织列为世界遗产城市。

于是当每次回到琅勃拉邦怀抱中,仿佛时间逐渐变慢,让我们感到愉快而充满活力。

除了早晨幽静的环境,那糯米斋僧仪式的庄严,伴随寺院的钟铃及诵经声,都能感受到琅勃拉邦当地传统生活方式,游览其城市的愉悦感,还包括其城市的现代认知,以自己独特的传统艺术来持续文化并创造文化。

沿着斯萨瓦沃路(Sri Sawang Wong)路边至两条河流交汇之处观光,都令我们感到兴奋不已,因为这里充满了当地众多织布手工艺品、独特设计的装饰品店铺,以及具有引人瞩目的创新餐馆及咖啡馆。

特色的织布商铺——奥泊杜织布店铺(Ock Pop Tok),这里聚集了来自全老挝的编织手工艺品,拥有文化遗产楼展示少数民族的织布,供游客参观、购买。 还有奥泊杜工艺品中心(Ock Pop Tok Living Craft Centre)向游客示范着每个编织程序。此外,还有最现代、最奇异的商店——帕萨帕店(Passa Paa),这里供着由英国设计师——希瑟·史密斯女士(Heather Smith)设计的苗族刺绣及印花织布,呈现出独特民族艺术的现代织布。

还有众多清新装饰咖啡馆提供美味咖啡,推荐咖啡馆为乔马咖啡馆(Joma Bakery Café)以及萨福恩咖啡馆(Saffron Coffee),此外,当地菜肴也非常有特色,推荐餐馆为装饰鲜丽独特的布昂餐馆(Bouang),必点菜肴为美味红焖猪肉及素食汉堡 。

琅勃拉邦早市也作为该城的魅力之一,有着各种众多美食及有趣氛围,不容错过的美食如米皮蒸饺、热暖饮品及牛肉粉。

总之而言,以上所有特色都是琅勃拉邦的永不退色之魅力,永不消失之特色。

旅游指南
• 泰国微笑航空每日都提供自曼谷到琅勃拉邦的航班,出行航班为Bkk-LPQ WE576航班,返行为LPQ-BKK WE577航班,旅程约1小时35分钟,从素万那普国际机场起飞至琅勃拉邦机场,从琅勃拉邦可方便继续乘的士到城市。