ทริปหรรษากัวลาลัมเปอร์ (Mughal Magnificence in Kuala Lumpur)
吉隆坡欢乐之旅

หนึ่งในเมืองหลวงติดอันดับน่าไปเยือนที่สุดในโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีก็คือ กัวลาลัมเปอร์ เพราะนอกจากจะเป็นหมุดหมายยอดฮิตของนักท่องเที่ยวแล้ว เมืองแห่งนี้ยังมีความทันสมัยกลมกลืนอยู่กับความหลากหลายทางศิลปะและวัฒนธรรมอันเป็นเสน่ห์ที่ชวนให้สนุกสุขสันต์ไม่เสื่อมคลาย แม้จะมีเวลาไปเที่ยวด้วยทริปสั้นๆ ก็ตาม

Words & Photos: Lifebrary

จากกรุงเทพฯ เดินทางไปกัวลาลัมเปอร์ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง จากนั้นทริปหรรษา 3 วันของที่นี่ก็เริ่มต้นขึ้น โดยวันแรกประเดิมที่สีสันของกินอร่อยในย่านสตรีทฟู้ดอย่าง จาลันสุลต่าน อิสมาอิล (Jalan Sultan Ismail) ซึ่งมีอาหารหลากสัญชาติให้เลือกชิมอย่างอิ่มท้อง จากนั้นจึงไปต่อยังบูกิตบินตัง (Bukit bintang) สถานที่ที่ใครๆ ก็บอกว่าต้องมาเช็กอิน เนื่องจากเป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังที่มีสินค้าทั้งหรูหราราคาไฮโซจนถึงธรรมดาราคามิตรภาพให้ช้อปกันอย่างเพลิดเพลินกระเป๋า

สนุกเต็มที่กับการกินและช้อปแล้ว ก็ต้องแวะไปเยือนตึกแฝดปิโตรนาส (Petronas Twin Towers) ซึ่งไม่ว่าจะมากัวลาลัมเปอร์กี่ครั้งก็ต้องแวะไป จากความสูงถึง 88 ชั้น ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ทำให้ตึกแฝดแห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญโดยในยามค่ำคืนจะสวยงามเป็นพิเศษด้วยแสงไฟระยิบระยับ อีกทั้งยังมีการแสดงน้ำพุประกอบแสง สี เสียง อันตระการตาให้ชมอีกด้วย

สำหรับในวันที่ 2 ของทริป ขอออกไปสูดอากาศนอกเมืองบ้าง จุดหมายหลักคือ ถ้ำบาตู (Batu Caves) อันเลื่องลือ ซึ่งเป็นถ้ำหลายถ้ำเชื่อมต่อกันยาวถึง 400 เมตร และมีวัดประกอบพิธีกรรมในศาสนาฮินดู เอกลักษณ์โดดเด่นอยู่ที่รูปปั้นของพระขันธ์กุมารสีทององค์ใหญ่ด้านหน้าถ้ำและขั้นบันได 272 ขั้นเพื่อเดินขึ้นไปสู่วัดด้านบนอาจเดินเหนื่อยสักหน่อยแต่พอได้เห็นทัศนียภาพอันงดงามของธรรมชาติและเมืองแล้วก็จะหายเหนื่อยทันที

จากวัดอันแสนสงบ นั่งรถไฟกลับเข้าเมืองอีกครั้งเพื่อจะไปเที่ยวเพลินๆ แถวจัตุรัสเมอร์เดก้า โดยเดินลัดเลาะผ่านไปยังถนนจาลันตวนกู อับดุลราห์มัน (Jalan Tuanku Abdul Rahman) หรือเรียกว่า Jalan TAR อย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่กลับต้องมนต์สะกดกับอาคารหลากสีตลอด 2 ฝั่งถนนซึ่งเป็นอาคารสมัยก่อนสงครามโลกและได้รับการอนุรักษ์ไว้ ก็เลยได้เสพซับความงามกันอย่างเต็มที่

เสร็จแล้วจึงมุ่งหน้าไปชมอาคารสุลต่าน อับดุลซาหมัด (Sultan Abdul Samad)  ที่ตั้งอยู่หน้าจตุรัสเมอร์เดก้า ตามที่วางแผนไว้ อาคารแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบแขกมัวร์และมีหอนาฬิกาบ่งบอกความเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองก่อนต่อด้วยการไปสัมผัสกับมัสยิดจาเม็ก (Masjid Jamek) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณแม่น้ำกรังและแม่น้ำกอมบัคไหลมาบรรจบกัน โดยมัสยิดนี้โดดเด่นด้วยอิทธิพลของวัฒนธรรมของโมกุลของอินเดียตอนเหนือและถือเป็นสถานที่สำคัญเนื่องจากอยู่ตรงใจกลางเมืองกัวลาลัมเปอร์พอดี

ในที่สุดวันสุดท้ายของทริปก็มาถึง แม้เวลาจะกระชับแต่ทุกคนยังคงรื่นรมย์กับจุดหมายอย่างสถานีรถไฟกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur Railway Station) ซึ่งเลอค่าด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศิลปะอินเดีย อาหรับ และตะวันตก แม้ปัจจุบันไม่ได้เป็นศูนย์กลางหลักของเมืองแล้ว แต่นักท่องเที่ยวก็ยังนิยมไปชมความงามซึ่งติดอันดับ 1 ใน 12 ของสถานีรถไฟที่สวยที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง

หลังจากนั้นเดินทางต่อไปยังสุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดในมาเลเซีย มีจุดเด่นอยู่ที่โดมสีน้ำเงินขาวขนาดใหญ่ตรงกลางและขนาบข้างด้วยเสามินาเร็ต 4 เสา ส่วนด้านในสุเหร่ามีการตกแต่งอย่างประณีตด้วยสไตล์มาเลย์พื้นเมือง แล้วจบทริปกันที่ มัสยิดปูตรา (Putra Mosque) หรือมัสยิดสีชมพู ตั้งอยู่ริมทะเลสาบปูตราจายา ทำให้สามารถมองเห็นเงาสะท้อนสีชมพูบนผิวน้ำจนเหมือนมัสยิดลอยน้ำได้ นอกจากนั้นที่นี่ยังมีหอคอยสูงถึง 116 เมตร ที่สวยงามตรึงใจอีกด้วย

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะเป็นเพียงทริปสั้นๆ แต่กัวลาลัมเปอร์ก็สร้างความหรรษาไม่แพ้ทริปไหนๆ สำหรับการไปเยือนเลยทีเดียว

Travellers’ Guide

Getting there: เดินทางสะดวกสบายด้วยสายการบิน THAI Smile จากกรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยสำรองที่นั่งได้ที่ www.thaismileair.com

More info: ข้อมูลท่องเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ ติดตามได้ที่ https://m.facebook.com, www.malaysia.travel

Mughal Magnificence in Kuala Lumpur

From mouthwatering roadside food stalls and high-street shopping to Moorish mosques and Hindu temples, Kuala Lumpur is ideal for anyone with a few days to spare.

One of the world’s most favourite cities, Kuala Lumpur, only 2 hours away from Bangkok, has an array of cultural and artistic attractions that show modernity can exist side by side with tradition. One can have too much fun even on a short visit. I kicked off my 3-day trip with a visit to Jalan Sultan Ismail, known for its street foods of different culinary cultures. Sated with the food, I headed to Bukit Bintang, the shoping and entertainment district of the city, with lots of designer labels, brand-name goods and other products for every budget type.

After hours of dining and shopping, I got to the 88-storey Petronas Twin Towers, the city’s iconic landmark. At night, the towers tend to attract the crowds when the fountains in the park dance to the sound of music as a spectacular light show turns the towers into a surreal mix of reality and fantasy.

My first destination on the second day was Batu Caves, a series of caves that are interconnected and span 400 metres. The caves host a Hindu temple with a gigantic statue of Lord Murugan, a Hindu deity, standing guard over the entrance. Perched atop a hill, the temple is accessed via the 272 steps up the stairway. Once on the hilltop, visitors are rewarded with the stunning scenery.

After the templer tour, a train ride back into the city brought me to Merdeka Square. While walking to the destination, I stumbled upon rows of colourful buildings that lie both sides of Jalan Tuanku Abdul Rahman. Part of a conservation area, these heritage structures, known for their unique pre-World War 2 architecture, are a veritable visual feast.

Also worth visiting in Merdeka Square is the Sultan Abdul Samad Building that’s famed for its Moorish architecture with an imposing clock tower. Another must-see attraction is Masjid Jamek that’s located at the confluence of the Klang and Gombak River. The mosque impresses with its Indian Muslim Mughal architectural style of northern India.

On my last day, I visited the Kuala Lumpur Railway Station whose fairytale architecture is a fusion of Indian, Arab and Western architectural styles. Visitors are drawn to the station simply because its’ considered one of the world’s most beautiful railway stations. Then, don’t forget to check out the Blue Mosque, Malaysia’s biggest and most beautiful, with its massive blue dome and towering minarets at the four corners. The lavishly decorated interior displays traditional Malaysian motifs. I wrapped up my trip with a visit to the pink-domed Putra Mosque that’s located right on the scenic Putrajaya Lake. Besides the dome, the mosque’s known for its towering 116-metre minaret.

Travellers’ Guide

Getting there: THAI Smile has daily flights from Bangkok to Kuala Lumpur. The flight takes 2 hours. For reservations, log on to www.thaismileair.com

More info: visit https://m.facebook.com, www.malaysia.travel.

吉隆坡欢乐之旅

吉隆坡被誉为全球最受欢迎目的地之一,它是一个现代化与多样文化艺术完美融合的国际化都市,充满着欢乐愉快之魅力。

从曼谷飞至吉隆坡需2个小时,第一天,以美食开启我们的吉隆坡欢乐之旅,到承载着多样美食的苏丹伊士迈路逛吃,再继续到必打卡的武吉免登逛街,这里是购物天堂之地。

享受购物及美食之后,再前往88层高的吉隆坡石油双塔游玩,该壮观之塔位于市中心,是吉隆坡的重要地标。在夜间,也可以观赏闪烁灯光和宏观音乐喷泉表演。

旅行的第二天,试着出城旅游,主要目的地标在著名黑风洞,是400米长的洞群,瞩目于洞口的金色大宝神雕塑和向上的272级台阶至印度教庙宇,山顶充满着美妙自然风光。

随后,乘地铁返回市区,到独立广场溜达,沿着东姑阿都拉曼路漫步,沉浸在路边古色古香的古保护建筑。完了之后,去观光位于独立广场前的苏丹阿都沙末大厦,这是伊斯兰风格建筑,大厦的钟塔显示为城市之中心。占美清真寺是下一个目的地,该神圣之地位于吧生河与鹅麦河的交界处,拥有浓厚的北印度的莫卧儿帝国风格,是吉隆坡的重要宗教场所。

此次旅行的最后一天,到吉隆坡火车站观赏印度、阿拉伯和西方风格相融合的建筑,这里作为全球12座最美火车站之一,吸引着大量游客不断的到此观光。

下一站,来到被誉为马来西亚最漂亮的建筑蓝色清真寺,瞩目于宠大白蓝穹顶和4根柱子,寺内以当地马来西亚艺术精致装饰。最后,至布特拉清真寺或称粉红清镇寺,该建筑位于普特拉贾亚湖畔,湖面显示宛如清镇寺在漂浮,而这里有116米高的观景塔。

三天的旅行虽然那么短暂,但吉隆坡留下欢乐印象,是一个充满魅力之城。

旅游指南

交通:泰国微笑航空提供航班从曼谷至吉隆坡,飞行约2小时,预定机票请至www.thaismileair.com

详情:吉隆坡旅游信息:https://m.facebook.com, www.malaysia.travel。

Show Buttons
Hide Buttons