เปิดประตูมิติกับศิลปะของ Gongkan
(Open Teleport Door to Gongkan’s Art)
贡甘作品打开穿越之门

จากผลงานสร้างสรรค์ชุด Teleport บนผนังกำแพงอาคาร อันเกิดจากการคลี่คลายความกดดันไปสู่การค้นพบอิสรภาพโดยถ่ายทอดเป็นภาพลายเส้นข้ามผ่านประตูมิติที่เรียกว่า หลุมดำ จากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งอย่างเฉียบคม จนมีชื่อเสียงกว้างไกล ตั้งแต่นิวยอร์กถึงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ไทเป โตเกียว และกรุงเทพฯ นั้น ทำให้แวดวงศิลปะยามนี้ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ Gongkan (ก้องกาน) ศิลปินรุ่นใหม่ผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตน

Words: Piyalak Nakayodhin
Photos: Piyalak Nakayodhin, Gongkan

เส้นทางการทำงานศิลปะของ Gongkan หรือกันตภณ เมธีกุล เริ่มจากวัยเด็กที่ชอบวาดรูป จึงเลือกเข้าเรียนด้านศิลปะโดยตรง หลังสำเร็จการศึกษาหลักสูตรศิลปะบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาได้ทำงานอยู่ในบริษัทโฆษณานาน 3 ปี กระทั่งถึงจุดอิ่มตัวซึ่งอยากทำงานเป็นของตนเองและไม่อยากทิ้งการวาดรูป ก็เลยตัดสินใจลาออกไปค้นหาแรงบันดาลใจในเมืองใหญ่ที่เหมาะกับศิลปะแนวป๊อบอาร์ตของเขา นั่นคือนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

“นิวยอร์กเป็นเมืองที่สนุกสนาน มีชีวิตชีวา และต้องใช้พลังเยอะ ข้อดีคือ ทำให้เราได้สู้ชีวิตมากขึ้น ได้กระตุ้นตัวเองมากขึ้น ด้วยทุกคนเหมือนมีความฝัน มีพลังเรื่องศิลปะมากๆ ไม่ใช่แค่เรื่องเรียนเท่านั้น แต่คือทุกอย่างที่อยู่รอบตัว เราเลยมีเวลาอยู่กับตัวเองและเป็นตัวเองมากกว่าเดิม แตกต่างจากในเมืองไทย ซึ่งเราอยู่ใน Safe Zone มันจึงไม่ผลักดันเราให้ไปถึงจุดที่ไม่มีอะไรจะเสีย หรือจุดที่จะผลิตงานที่เป็นตัวเราเต็มร้อย”

การใช้ชีวิตของ Gangkan ในนิวยอร์กเกือบ 4 ปี แม้จะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังเรื่องศิลปะ หากทว่าก็สร้างความรู้สึกกดดันในฐานะคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ที่นั่น ควบคู่ไปกับความเศร้าและเหงาเพราะคิดถึงบ้าน จนผลักดันให้ผลิตผลงานศิลปะชุด Teleport ขึ้นมา ในความหมายของการทะลุประตูมิติ จากสถานที่ที่เป็นเสมือนหลุมดำอันเกิดจากความรู้สึกกดดัน ความเศร้างและเหงาดังกล่าว ไปยังสถานที่หรือโลกที่พบอิสรภาพและความหวัง

“ด้ยความกดดันในชีวิตทำให้เราไม่มีทางออก เลยสร้างภาพหลุมดำขึ้นมาแล้วรู้สึกว่ามันไม่ควรอยู่แค่ในกระดาษ แต่น่าจะไปอยู่ในชีวิตความเป็นจริงด้วย เลยส่งผลงานแนวสตรีทอาร์ตไปตามศูนย์ศิลปะชุมชน พอเขาตอบรับเราก็ได้ไปสร้างผลงาน Teleport นี้บนผนังกำแพงต่างๆ ในนิวยอร์ก หลังจากนั้นคนจึงเริ่มเห็นภาพหลุมดำมากขึ้น ซึ่งเป็นเหมือนเอกลักษณ์ในงานของเราอย่างชัดเจน โดย Teleport ในตอนแรกจะพูดถึงการเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง แต่ต่อมาเราได้ขยายการสื่อสารไปถึงการเคลื่อนย้ายสู่โลกอื่นๆ มากขึ้นด้วย อย่างเช่นโลกของเพศสภาพ LGBT หรือโลกของความรักที่ไม่มีการแบ่งแยก โลกที่เปลี่ยนความเกลียดชังเป็นความรัก”

จากผลงานสตรีทอาร์ตในนิวยอร์ก ทำให้ Gongkan มีโอกาสจัดแสดงนิทรรศการ Teleport ครั้งแรกของตนเองขึ้นในแกลเลอรีของเมืองนี้ ก่อนกลับมาจัดแสดงที่ Warehouse 30 ในกรุงเทพฯ ซึ่งประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงแพร่ไปในระดับสากล เช่น ที่ไต้หวัน (เมืองไทเปและไทจง) จีน (เมืองปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้) ฯลฯ จวบจนถึงนิทรรศการครั้งล่าสุด เขาเพิ่งจัดแสดงผลงานในชุด ‘YESTERTODAYMORROW’ ณ ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

‘YESTERTOAYMORROW’ เป็นการรวมกัน (merge) ระหว่าง Yesterday Today และ Tomorrow ในเชิงของ Teleport ก็คือการที่เราอยู่ในโลกที่มีหลายมิติของเวลา เหมือนคนที่เกิดมามีชีวิตอยู่และโดนหลอกลวงจากเรื่องของอดีต สิ่งที่เขาทำอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่เขาหวังในอนาคต จึงเป็นพื้นฐานของคนหนึ่งคน ที่มีทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตอยู่ในตัวเอง

ดังนั้นผลงานชุดนี้จะเน้นพูดถึงมิติของการข้ามผ่านเวลา แล้วได้กลับไปมองตัวเองในอดีต กลับไปคิดว่าเราได้ทำอะไรผิดพลาดไปในอดีตหรือไม่ เราอยู่กับปัจจุบันหรือเปล่า หรือในอนาคต มันจะเป็นอย่างไร”

จึงกล่าวได้ว่า ผลงานศิลปะของ Gongkan ครั้งล่าสุดนี้ ยังคงสะท้อนการข้ามผ่านมิติหนึ่งไปยังอีกมิติหนึ่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเขาได้อย่างแยบยลและน่าสนใจ เฉกเช่นผลงานทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา

Open Teleport Door to Gongkan’s Art

Breaking away from pressure for freedom, he created teleport-themed wall arts. His drawings subtly showed black holes that could bring persons from one location to another. That was how he had spread his fame from New York to Beijing, Shanghai, Taipei, Tokyo and Bangkok. Today, everyone in the realm of arts knows his name. It’s Gongkan, a young artist with his own distinctive style.

The artistic path of Gongkan, whose real name is Kantapon Metheekul, began since he was a young boy. His love for drawing led him to study visual communication design. After graduating from the Silpakorn University’s Faculty of Decorative Arts, he landed himself a job in an advertising agency. But after 3 years there, he felt it was time to start working independently while retaining his drawing pleasure. With that goal in mind, he headed to the United States in search of inspirations. He believed New York was the big city suitable for his pop-art taste.

“New York was a fun, vibrant and energetic city. In New York, I’d learnt to tackle more challenges. I felt motivated. Everyone there had a dream and much energy to spend on arts. I could see arts not just in class but also in everything around me. As I had more time for myself, I also became more in tune with my true self. Back in Thailand, I was prone to stay in the safe zone. There’s no sense of I had nothing to lose. So I didn’t push beyond the limits to define my character,” he recounts.

Gongkan had spent nearly 4 years in New York, which was genuinely filled with artistic vibrancy. But given that the Thai artist was an immigrant there, he felt sad and homesick. That frustration became an inspiration behind his Teleport collection. Black holes are compared to teleport, which can bring people from one place to another. Black holes also communicate about pressure, loneliness and sadness and the wish to travel to the world of freedom and hopes.

“I was under immense pressure. I felt like there was no way out. So, I drew a picture of a black hole. Then, it occurred to me that such black hole should not appear just on paper. It should be shown to people’s real life. so, I drew it in street-art style and presented my drawings to community arts centres. That’s how I could create Teleport pieces on New York walls. As an increasing number of people saw my works, black hole becomes my signature. Teleport initially focused on moving from one place to another. But over time, my Teleport has also talked about moving from one world to another for example to the world that is ideal for LGBT, where love has no boundary or the world when hatred is turned into love,” the artist explains.

Because of his New York-based street arts, Gongkan got an opportunity to stage his first Teleport exhibition in New York before staging the second at Warehouse 30 in Bangkok. Both events enjoyed success, paving way for him to achieve international recognition. His fame, for example, has spread to Taiwan (Taipei and Taichung) and China (Beijing and Shanghai). His latest exhibition titled “YESTERTODAYMORROW”, which was held at River City Bangkok, is also a success.

“YESTERTODAYMORROW” merged Yesterday with Today and Tomorrow based on Teleport concept. It addressed the different dimensions of time in the world. After birth, humans were fooled by the past, what they are doing, and what they hope for their future. Basically, everyone has his part, his present and his future in himself.

“This collection focused on the need to get over the concept of time. It nudged people to look back into the past and check if they made mistakes, review if they live in the present, and look ahead into the future,” Gongkan says.

It can be said that Gongkan’s latest collection still addresses the concept of teleport, his signature. And as always, his work of arts is intriguingly interesting and subtle.

贡甘作品打开穿越之门

以通黑洞,异地穿越,逃离压抑,发现自由的远近闻名之《Teleport(:间移动)墙绘创作,让充满独特性的当代艺术家贡甘成为艺术界圈内的当红人

贡甘-甘达蓬·梅提坤的艺术轨迹来自儿时的绘画爱好,他选择学习泰国艺术大学传播艺术专业,毕业后,从事广告行业3年,便离开,前往纽约寻找艺术灵感。

“纽约是充满活力及乐趣之城,使我有更多的时间发现自己,更多的去推动自己,与在泰国不同,我总在安全区内生活,没有激动自己创造自己独特性的作品。”

虽生活在充满艺术力量之城,但这也给他带来漂泊异乡之压力,寂寞和思念家乡,推动他创造《Teleport》的作品,通过黑洞穿越到充满自由和希望的世界。

“生活的压力,找不到出口,使得我创作黑洞的绘画,便将此作品提交到当地艺术中心在纽约进行墙绘创作。最初的《Teleport》表达异地穿越,后来被扩展意义成境界穿越如异性恋境界或一个将恨变成爱的世界。”

从其街头艺术作品,让贡甘有机会在纽约画廊首办个展,之后于曼谷Warehouse30举办展览,其艺术展览非常成功并享有国际声誉。至今,贡甘最近于曼谷河城购物中心举办他的最新《YESTERTODAYMORROW》作品展览。

“《YESTERTODAYMORROW》展示了过去、现在和未来,我们活在一个具有许多时间维度的世界,过去的回忆,现在的所做,未来的希望都是人生所拥有的基本,其作品表达了时空穿越,让我们能够回看过去的自己,回顾自己是否有过错,我们是否真正生活在当下或者我们的未来会怎么样。”

总之,像他以前的作品一样,其最新作品仍然反应了他的独特风格的穿越主题。

 

关注更多贡甘的作品

Show Buttons
Hide Buttons