จากดงดอยสู่ดวงดาว กาแฟใต้ร่มเงาไม้ในป่าเหมี้ยง (Pa Miang: Coffee in the Shade)
巴明山之树荫下咖啡,走向闻名世界之路

จากอดีตที่เคยเป็นดงดอกฝิ่นและป่าเลื่อนลอย วันนี้ดอยป่าเหที้ยงแห่งบ้านแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เหนือจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร แปรเปลี่ยนเป็นไร่กาแฟปลูกสลับกับชาโบราณ ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่อย่างแมคาเดเมีย เพื่อช่วยฟื้นคืนความสมบูรณ์ให้กับผืนป่า ต้นน้ำ และหน้าดินอีกครั้ง

Words: Supattra Sooksawud
Photos: Thirach Rungruangkanokkul

ยามเช้าของปลายหนาวเข้าสู่ต้นฤดูหนาว แสงตะวันบนดอยป่าเหมี้ยงส่องลอดต้นแมคาเดเมียสูงใหญ่ มาต้องต้นกาแฟซึ่งเก็บเกี่ยวผลเชอร์รี่ไปเกือบหมดแล้วอย่างแผ่วเบา ท่ามกลางต้นชาที่ผลิใบเขียวสดงดงาม บ่งบอกถึงวิถีการทำเกษตรแบบผสมผสานเพื่อความยั่งยืนของผืนป่าตามแนวทางสากลที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ

สำหรับป่าเหมี้ยงแห่งนี้ ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากชาวดอยด้วยการรวมตัวกันเป็นรัฐวิสาหกิจชุมชนในการหันมาปลูกกาแฟอาราบิก้าแบบผสมผสานใต้ร่มเงาไม้ เนื่องจากโดยธรรมชาติ กาแฟจะเติบโตได้ดีใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ เมื่อชุมชนได้รับคำแนะนำให้ปลูกแมคาเดเมียซึ่งมีมูลค่าทางการตลาดสูง อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงากับกาแฟได้ดี พร้อมปลูกสลับไปกับต้นชาที่มีมาแต่เดิม ก็ยิ่งเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกันตามแนวทางของการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสานมากขึ้น โดยได้รับความสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ (UN) และสมาคมการตลาดเกษตรและอาหารแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (AFMA)

จากแนวทางของการทำไร่กาแฟแบบผสมผสาน ไม่เพีงทำให้ได้ผลกาแฟคุณภาพดีที่ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีเท่านั้น แต่ในกระบวนการเก็บเกี่ยวและแปรรูปกาแฟของป่าเหมี้ยงยังมีความพิถีพิถันเพื่อให้ผลิตผลในขึ้นสุดท้ายออกมาเป็นกาแฟแบบพิเศษ ซึ่งหมายถึงกาแฟที่เก็บเกี่ยวผลเมื่อสุกได้ที่และคัดแยกด้วยมือทีละผล ก่อนจะผ่านวิธีแปรรูปอย่างประณีตจนกลายเป็นกาแฟคุณภาพยอดเยี่ยมของดอยป่าเหมี้ยงซึ่งไปคว้ารางวัลเหรียญทอง Espresso Italiano จากประเทศอิตาลี เมืองหลวงของกาแฟโลกมาได้อย่างภาคภูมิใจ ขณะเดียวกันความดีงามของกาแฟนี้ยังสร้างรายได้ที่มั่นคงและสามารถส่งต่อไปถึงการศึกษาที่ดีขึ้นของเด็กๆ ในชุมชนด้วย

หากทว่าเหนือสิ่งใด คุณค่าสูงสุดของการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาไม้บนดอยป่าเหมี้ยงอยู่ที่เรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ของชาวดอย ผู้ปลูกกาแฟและคนดูแลเป่าซึ่งต่างร่วมด้วยช่วยกันปลูกกาแฟใต้ร่มเงาไม้ใหญ่สลับกับต้นชาภายใต้หลักการเกื้อกูลและรักษาสมดุลของธรมชาติโดยตัวมันเองเพื่อฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ระบบนิเวศน์ที่ดี ตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพให้กับผืนป่าอันกว้างใหญ่ สายน้ำสงบงามแห่งต้นน้ำวังและแร่ธาตุในดิน

เช่นนี้เอง เส้นทางกาแฟจากดงดอยสู่ดวงดาวโดดเด่นในระดับโลกด้วยการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาไม้ในป่าเหมี้ยง จึงเป็นวิถีแห่งการสร้างความสมบูรณ์อย่างยั่งยื่นให้กับผืนป่าโดยแท้จริง และปัจจุบันยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ผู้คนนิยมไปสัมผัสความร่มรื่นและชื่นชมความงามกันตลอดทั้งปี

Pa Miang: Coffee in the Shade

The hills of Pa Miang used to be covered with opium poppies while their hilltribes threatened ecosystems with destructive slash-and-burn agriculture.

These days Pa Miang, located at Ban Chaeson village in Lampang’s Pan district, is home to coffee and tea plantations that are thriving at an elevation of 1,000 metres under the shade of macadamia trees. The introduction of economic crops to the area was part of a strategy to restore degraded soil and reforest the bare mountains and protect mountain watersheds.

As late winter gives way to summer, sunlight at Pa Miang is filtering through the foliage of macadamia trees and gently bathing the coffee plants below with the harvesting of cherries all but over. Through mixed farming, local farmers chiefly cultivate not just Arabica coffee, but tea and macadamia as part of their sustainable reforestation efforts. They have learned to grow tall threes like macadamia in their coffee plantations as coffee grows well in shade. Their mixed agricultural systems are being supported by the United Nations and the Agricultural and Food Marketing Association for Asia and the Pacific (AFMA).

Through chemical-free farming, the coffee harvest of Pa Miang is of high quality and won a gold at Espresso Italiano Award in Italy. Meticulous attention is paid to every step of coffee harvesting and processing. Coffee cherries are harvested when ripe naturally and coffee picking is done by hand.

Thanks to their micro community enterprise, local farmers have been able to market their economic crops, create a sustainable source of income and send their children to school.

Pa Miang’s coffee farming is a story of love that binds a community of tribespeople, who in turn help to replenish nutrients in soil and nurse the hills’ fragile ecosystems back to health as part of a protected, forested area that’s home to key watersheds.

Pa Miang is not only known for its coffee plantations that continue to thrive on the hills under the shade of tall trees, but it’s also a sustainable model of reforestation and a worthwhile tourist attraction that remains beautiful at any time of year.

巴明山之树荫下咖啡,走向闻名世界之路

南邦府明班县寨封村巴明山曾经的鸦片花园和游耕农田,今日被完全改造为澳洲坚果树林中的咖啡及茶庄园,从而再次恢复上游、森林和土壤的丰富性

冬末夏初的早晨,巴明山上的阳光透过高大澳洲坚果树温暖地照在咖啡树和茶树之上,这展现出综合农作的制度。这里由山上农民齐心合力作成社区企业,一起种植高市场价值的澳洲坚果树,并在其树影下种植阿拉比卡豆和茶园相交替,而此项目备受联合国组织和亚太地区农业和食品市场营销协会的支持。

咖啡庄园综合耕作的思路是非农药农耕,便能收割优质咖啡豆,这里的咖啡豆收获和加工过程中十分讲究,致使将最终产品制成优质咖啡,从而获得意大利咖啡冠军大赛的金牌,并向社区塑造稳定收入,有助于提高社区的儿童教育。

巴明山咖啡庄园的最高价值,最为重要的是山上农民、咖啡种植者和护林工人的齐心一力,在自然资源平衡的原则之下进行综合耕作,从而恢复生态系统和丰富大自然。

如此以来,山林咖啡走向闻名世界之路,也源于树荫下种植咖啡庄园,是真正森林可持续完整性的塑造,且今日还作为人们前往欣赏景致的热门生态旅游胜地。