ความลึกลับแห่งปราสาทพนมรุ้ง (Towards Paradise at The Phanom Rung Stone Castle) 
穿越时空到天堂帕侬蓝寺

Words: Wimol Angsunantawiwat
Photos: Molly Bonser, Nuttapol Prajedjit, Chinnawat Jaichalad

ยอดเขาสูงสีเงินยวงแถบเทือกเขาหิมาลัยติดกับทิเบต อันมีนามว่า “เขาไกรลาส” เชื่อกันว่าคือที่สถิตย์ของพระศิวะตั้งแต่สร้างโลก ซึ่งพ้องกันกับความเชื่อเรื่อง “เขาพระสุเมรุ” ของชาวพุทธที่ว่าเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เมื่อความเชื่อนี้แพร่เข้ามายังสุวรรณภูมิ จึงได้กลายเป็นคติการสร้างปราสาทวัด พระราชวังและการสร้างพระเมรุในเวลาต่อมา

ปราสาทแห่งนี้มีนามว่า “พนมรุ้ง” มาจากภาษาเขมรว่า “วนํรุง” แปลว่าภูเขาอันกว้างใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วในตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นปราสาทขอมโบราณซึ่งก็คือ “เขาไกรลาส” อันเป็นศาสนสถานพราหมณ์ไศวนิกาย มีมาตั้งแต่กลางพุทธศตวรรษที่ 15 – 18 จนถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้มานับถือพุทธนิกายมหายาน จึงเปลี่ยนเป็นวัดที่เปรียบได้กับ “เขาพระสุเมรุ” ต่อมาเมื่อปีพ.ศ. 2475 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้วบูรณะมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 และทำพิธีเปิด “อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง” เมื่อปี พ.ศ. 2531 และได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ในที่สุด

ปราสาทพนมรุ้งสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 กษัตริย์แห่งพระนคร (พ.ศ. 1487-1511) และในช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 17 พระเจ้านเรนทราทิตย์สร้างปราสาทประธานเพื่อประดิษฐานรูปตัวเองไว้เข้ารวมกับเทพเจ้าเมื่อสิ้นชีพ ทรงออกบวชได้รับยกย่องเป็นสมมติเทพเชื่อว่าบรรลุโมกษธรรมรวมเข้ากับพระศิวะ ถัดมาหิรัญยะผู้เป็นบุตรและศิษย์มีบทบาทในการก่อสร้างและกลายเป็นนักพรตผู้นำทางศาสนาในช่วงรุ่งเรืองที่สุด

ปราสาทพนมรุ้งมีลักษณะของสถาปัตยกรรมและผังโดยรอบสร้างตามคติพราหมณ์เป็นแนวเส้นตรงมุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านขวาของบันไดทางขึ้นสู่ศาสนสถานมีพลับพลาที่พักจัดเตรียมพระมหากษัตริย์ ก่อนเสด็จเข้าสู่การสักการะเทพเจ้า

ทางเดินขึ้นช่วงแรกเป็นทางราบ พอสุดทางเป็นบันไดขึ้นไปยังสะพานนาคราชชั้นที่ 1 ทั้งสองข้างมีเสาเรียกว่า “เสานางเรียง” ทอดตัวไปยังสะพานนาคราชซึ่งยกพื้นสูง ราวสะพานทำเป็นลำตัวพญานาคห้าเศียร สะพานนาคราชคือสายรุ้งที่เชื่อมโลกมนุษย์กับเทพเจ้าศูนย์กลางบนพื้นหินของสะพาน จำหลักรูปดอกบัวแปดกลีบในวงกลม

ต่อมาเป็นทางเดินไปยังลานบนยอดเขา ลดหลั่นกันไปตมลำดับความสูง ให้ความรู้สึกขึ้นไปสู่สวรรค์คือพื้นที่ตัวปราสาทประธาน ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน ภายในเรือนธาตุตรงกึ่งกลางเรียกว่า “ห้องครรภคฤหะ” ประดิษฐานศิวลึงค์แต่ได้สูญหายไป เหลือเพียงแต่ท่อโสมสูตรคือร่องน้ำมนต์ที่ใช้รับน้ำสรงจากการสักการะศิวลึงค์ ด้านหน้ามีอาคารสองหลังก่อด้วยศิลาแลง เรียกว่า “บรรณาลัย” เป็นที่เก็บรักษาคัมภีร์ทางศาสนา 

ที่บริเวณหน้าบันและทับหลังของปราสาทประธานมีภาพจำแลงมีภาพจำหลักแสดงเรื่องราวในศาสนาฮินดู เช่น ศิวนาฏราช ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่ถูกขโมยไปเมื่อปีพ.ศ. 2503 และได้คืนมาในปีพ.ศ. 2531 อวตารของพระนารายณ์ เช่น พระราม พระกฤษณะ และภาพพิธีกรรม ภาพชีวิตประจำวันของฤกษี เป็นต้น

นอกจากนี้ยังเคยมีชุมชนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยุ๋เพราะมีบารายหรืออ่างเก็บน้ำตรงปากปล่องภูเขาไฟเดิมบนเขา ที่เชิงเขามีบารายอีกสองสระ คือหนองบัวบารายที่เชิงเขาพนมรุ้งและสระน้ำโคกเมืองใกล้ปราสาทหินเมืองต่ำ มีธารน้ำไหลลงมาจากเขา นอกจากนี้ยังมีกุฏิฤกษีอยู่สองหลังเป็นอโรคยาศาลที่รักษาพยาบาลอยู่เชิงเขา

ที่นี่มีช่วงเวลาพิเศษที่ต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชม คือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือนห้าซึ่งตรงกับวันพระ จะเป็นช่วงเวลาที่ราวกับประตูสวรรค์แย้มเปิดทอดบันไดพญานาคสู่โลกมนุษย์ แสงทองจะลอดผ่านประตู 15 บานมาทาบทาบนก้อนหินศิวลึงก์ดำมะเมื่อมราวกับองค์ศิวะเทพปรากฏมาประทานพร ปรากฏการณ์นี้ในแต่ละปีจะมี 4 ครั้ง เมื่อปีพ.ศ. 2485 จึงริเริ่มให้จัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งเป็นครั้งแรก และจัดต่อเนื่องกันมาจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบันปราสาทพนมรุ้งกำลังรอการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ที่นี่ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้นำไปเป็นภาพพื้นหลังตราสัญลักษณ์ของทีม และยังปรากฏอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัดบุรีรัมย์ที่ว่า “เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม” อีกด้วย

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งเปิดให้ชมเวลา 6.00-18.00 น. ราคาบัตรคนไทยเฉพาะปราสาทพนมรุ้ง 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท สามารถซื้อบัตรรวมปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำได้ในราคา 30 บาท และ 150 บาทตามลำดับ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-4463-1711

 

Towards Paradise at The Phanom Rung Stone Castle

The Phanom Rung STone Castle is a significant HIndu Khmer temple complex set on the rim of a dormant volcano in the Buriram province of Thailand. It is made of pink sandstone, built in the Angkor style in the 10th-13th centuries. The stone castle was once a Hindu Shrine dedicated to Shiva (a Hindi deity) that symbolized Mount Kailash, a holy mountain where Shiva had resided, according to legend.

It had taken Thailand’s Department of Fine Arts 17 years to restore the complex to its original state. In 2005, the temple was submitted to UNESCO for consideration as a future World Heritage site.

As you enter the site, the long walkway leading you to the temple was onced used for royal ceremonites. At the end of the walkway, there are two Naga bridges that symbolize the passing from the mortal world to that of the gods.

Once inside the inner sanctuary, you will notice carvings of the Hindu Gods, Shiva and Vishnu, at the top of the entrance as well as scenes from the epic legends of Ramayana. Inside, you will see the main tower that represents Mount Meru, the Hindu center of the universe. It is enshrined as the sacred lingam, depicting the strength of Shiva. You can also explore the two libraries where sacred Hindi scriptures are kept.

A famous element of temple is the decorative lintel depicting a reclining Vishnu. The lintel was stolen from the temple in the 1960s, found many years later at the Art Institute of Chicago. After an arrangement with the Thai government, the lintel was finally restored to its rightful place in 1988.

The ponds around the Phnom Rung temple complex symbolize the oceans surrounding Mount Meru. Being placed at the top of the Phanom Rung hill, the complex is surrounded by beautiful landscapes with panoramic views of rural Buriram.

The best time of the month to visit this temple is during a full moon. The moon shines birghtly, perfectly above the complex through all its 15 portals, turning it into a sort of mystical paradise.

The popularity of the temple complex has prompted the province’s famous Buriram United football club to use the temple as the team’s logo.

The Phanom Rung Stone Castle is open to the public with an entrance fee of 20 Thai baht for Thai nationals, or 100 Thai baht for foreign visitors, or a package fee including entrance to the Lowland Castle for 30 Thai baht or 150 Thai baht for foreign visitors. For more details tel. 0-4463-1711

穿越时空到天堂
帕侬蓝寺

帕侬蓝历史公园是以帕侬蓝寺为核心的文化保护区域,位于武里喃府一座死火山山顶。帕侬蓝是高棉语,意即“大山”。此处原是古代高棉城。

帕侬蓝寺始建于公元十世纪,直至十三世纪陆续有扩建增修。昔日一度不被认识的寺庙以惊人的面貌出现在全世界面前,使人感慨。一九三二年美术厅申请注册为历史遗迹。一九八八年举行了“帕侬蓝历史公园”开幕仪式,自此帕侬蓝寺成为了武里喃府的象征。

帕侬蓝寺是一座粉红色砂岩寺。朝拜者可以从甬道上去。里面有蛇桥,人们可以看到蛇神娜迦塑像,雕刻非常精美。越往上走,越觉得离天堂更近了。帕侬蓝寺的经典呈现在面前。上面是湿婆毁灭之舞,下面是保护神毗湿奴安详地躺在蛇床上。帕侬蓝寺山顶的寺庙象征须弥山。在山顶,如果天气好,可以看到对面缅甸的扁担山。

农历五月十五是属于佛陀 的日子,这时天堂的大门打开了,这是参观帕侬蓝寺的特殊日子。详细信息请联系电话:0-4463-1711。