ผีตาโขน จากศรัทธาสู่ประเพณีที่สุดแห่งเลย (Phi Ta Khon … Ghosts and Spirits Roam the Streets)
黎府之信仰传统节日——

อีสาน ดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล ที่ซึ่งวิถีชีวิต วัฒนธรรม และธรรมชาติ ผสมกลมกลืนเป็นหนึ่งดีว ภูมิภาคนี้จึงมีประเพณีและการละเล่นตลอดทั้งปี ดังเช่นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มีงานบุญใหญ่ประจำปีไม่เหมือนใคร นั่นคือ “เทศกาลผีตาโขน” โดยรวมเข้ากับประเพณีงานบุญหลวง งานบุญบั้งไฟ ซึ่งมีพิธีแห่บั้งไฟขอฝน และขบวนแห่ผีตาโขนสร้างความครื้นเครง

Words & Photos: Chaton Chokpattara

เมื่อเอ่ยถึง “ผี” หลายคนอาจจะกลัว แต่การละเล่นผีตาโขนของอำเภอด่านซ้ายกลับสนุกสนาน สร้างสีสัน ความมีชีวิตชีวา ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศพากันมาร่วมชมขบวนแห่ผีตาโขนของชาวบ้านนับพันคน ที่เรียงรายกันมาในชุดแต่งกายอันมีเอกลักษณ์

ประวัติเล่าว่า การละเล่นผีตาโขนมีมาหลายร้อยปีที่อำเภอด่านซ้าย โดยได้รับอิทธิพลจากเรื่องมหาเวสสันดรชาดกในพุทธศาสนา ที่กล่าวถึงพระเวสสันดรและพระนางมัทรีเดินทางออกจากป่ากลับสู่เมืองหลวง บรรดาสัตว์ป่ารวมถึงภูตผีที่อาศัยอยู่ในป่านั้น จึงออกมาส่งเสด็จด้วยความอาลัยเรียกว่า “ผีตามคน” แล้วเพี้ยนมาเป็น “ผีตาโขน” เช่นทุกวันนี้

เทศกาลผีตาโขนในแต่ละปีจะจัดวันไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับการเข้าทรงกำหนดวันของ “เจ้าพ่อกวน” และ “เจ้าแม่นางเทียน” ผู้นำทางพิธีกรรม เมื่อรู้กำหนดวันจัดงานบุญหลวงแล้ว (ซึ่งมักตรงกับเดือนกรกฎาคม) ชาวบ้านจะเริ่มตระเตรียมงานกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่วัดโพนชัยซึ่งเป็นศูนย์กลางของการจัดงาน

การจัดงานผีตาโขนจัดต่อเนื่องกัน 3 วัน วันแรก คือ วันรวม (วันโฮม) มีพิธีเบิกพระอุปคุตโดยอัญเชิญพระอุปคุตจากบริเวณลำน้ำหมันกับลำน้ำศอกที่ไหลผ่านอำเภอด่านซ้ายมาที่หอพระอุปคุตที่ชาวบ้านทำฉัตรใหญ่รอบไว้ และทำกระทงไปวางไว้ 4 ทิศ ส่วนวันที่ 2 เป็นพิธีจุดบั้งไฟบูชา โดยคนจากหมู่บ้านต่างๆ จะนำบั้งไฟมาด้วย สำหรับการละเล่นต่างๆ ในวันนี้ จะมีขบวนแห่เจ้าพ่อกวนและเจ้าแม่นางเทียม และขบวนผีตาโขน ส่วนวันที่ 3 เป็นวันทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดหรือในพระธาตุต่างๆ

จุดเด่นของงานอยู่ในวันที่ 2 นั่นเอง โดยงานจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ผู้คนจากหมู่บ้านต่างๆ ในอำเภอด่านซ้าย แต่งกายด้วยชุดผ้าสีสดใสใส่หน้ากากผีตาโขนที่ทำจากไม้ นุ่น หรือหวดนึ่งข้าวเหนียว ทาสีเป็นหน้าตาให้ดูน่ากลัวแบบผีต่างๆ มือถือมีดดาบ ง้าว ไม้พลอง หรือไม้แกะสลัก นอกจากนี้ที่เอวยังผูกกระดึงหรือกระดิ่งโลหะที่ใช้ผูกคอวัวควาย ทำให้เกิดเสียงดังเวลาเดินหรือเต้นไปมาตามจังหวะดนตรี เพิ่มความครึกครื้นไปตลอดเส้นทางถึงวัดโพนชัย ส่วนเจ้าพ่อกวนและเจ้าแม่นางเทียมนั่งมาบนเสลี่ยงอย่างสง่างาม ประดับประดาด้วยตุง พร้อมผู้ติดตามจำนวนมากใส่ชุดสีขาว

ในขบวนแห่นี้จะเห็นผีตาโขนอยู่ 2 แบบ คือ “ผีตาโขนเล็ก” ซึ่งเป็นชาวบ้านแต่งชุดผีตาโขนเซิ้งร่วมขบวน กับ “ผีตาโขนใหญ่” เป็นหุ่นจำลองสร้างจากโครงไม้ไผ่สาน ห่อคลุมด้วยผ้าหรือกระดาษให้มีขนาดใหญ่กว่าคนจริง 2-3 เท่า มีรูปอวัยวะเพศชายและหญิงปรากฏที่ตัวหุ่นเด่นชัด ไม่ถือเป็นเรื่องหยาบเพราะเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ปีหนึ่งๆ จะมีการสร้างผีตาโขนใหญ่เพียง 1 คู่เท่านั้น และเมื่อจบพิธีจะต้องนำชุดไปทิ้งลงแม่น้ำเพื่อลอยความทุกข์โศกออกไป

นอกจากนั้น อีกสิ่งที่ห้ามพลาดในเทศกาลผีตาโขน คือ การเข้าชมพระอุโบสถวัดโพนชัย และ “พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน” ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆ กัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงประวัติผีตาโขนไว้อย่างละเอียด พร้อมด้วยหุ่นจำลองผีตาโขนเล็ก ผีตาโขนใหญ่ การสาธิตวิธีทำหน้ากาก และให้ทดลองทำเองได้ด้วย

จึงเห็นได้ว่า “ผีตาโขน” คือตัวแทนของความเชื่อ ความศรัทธา และประเพณีอันดีงาม ทุกปีเมื่อลมเย็นแห่งฤดูฝนเริ่มพัดผ่าน เมื่อนั้นผีตาโขนแห่งอำเภอด่านซ้ายก็จะออกมาร่ายรำเริงร่าและสืบสานเป็นการละเล่นเช่นนี้มาอย่างยาวนาน

 

Travellers’ Guide

Time to go: เทศกาลผีตาโขนปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2562
Getting there: เดินทางกับสายการบิน THAI Smile เส้นทางกรุงเทพฯ-อุดรธานี สำรองที่นั่งได้ที่ www.thaismileair.com จากนั้นนั่งรถต่อไปยังจังหวัดเลย
More info: ททท.สำนักงานเลย โทร. 042 812 812

Phi Ta Khon
Ghosts and Spirits Roam the Streets

Thailand’s northeast is a region of year-round festivals. Dan Sai district in Loei province is the venue of an interesting activity that integrates faith, tradition and superstitious belief into a fun-filled festival. Phi Ta Khon, or the Mask Festival, is held simultaneously with the firing of bamboo rockets.

Phi is a ghost. However, they are fun-loving ghosts. They are young people who dress in costumes and colourful masks to join a tourist-attracted parade around town. A tale of the Lord Buddha’s last incarnation before his enlightenment mentions roaming spirits, thus an inspiration for Phi Ta Khon.

Wat Phon Chai is the main venue o the 3-day festival. The highlight is on the 2nd day when residents from different villages in Dan Sai District wear ghost costumes and multi-coloured masks to join a lively parade along the streets. Heading for Wat Phon Chai, they carry Chao Pho Kuan and Chao Mae Nang Tiem, the sacred god and goddess, in the procession. Bamboo rockets are later fired into the sky.

There are 2 types of Phi Ta Khon: Phi Ta Khon Lek, the small or common spirit, and Phi Ta Khon Yai, the bigger spirit twice the size of a man. There is only a pair of Phi Ta Khon Yai in the procession and their costumes are thrown into the river after the ceremony “to drift away unhappiness”.

The main chapel of Wat Phon Chai and the nearby Phi Ta Khon museum are worth a visit.

 

Travellers’ Guide

Time to go: The festival is on July 5-7, 2019.
Getting there: THAI Smile operates flights between Bangkok and Udon Thani. For reservations: www.thaismileair.com. From Udon Thani, travel 152 km by car to Loei and 80 km from Loei city to Dan Sai District.
More info: TAT Loei office, tel 042 812 812

黎府之信仰传统节日——

伊森地区,地域辽阔,自然资源及文化习俗丰富,一整年都有活动节日,如黎府丹赛区举办和火箭节相结合的独特行善节日

黎府的鬼节缤纷多彩,热闹非凡,吸引众多游客前来体验。丹赛区的鬼节具有数百年历史,其节日起源于《佛本生经传》,即当须大拿国王离开森林时,所有野生动物及鬼魂,皆哀悼的恭送国王归都城,而至今便叫作成“鬼节”。

每年的鬼节举办时间都不同,具体日期由“关神”和“楠天神”的灵媒决定(一般是七月份),节日活动中心在蓬猜寺举办,活动持续3天,第一天为总日,恭请优波鞠多尊像到圣殿珍藏。第二天为点燃火箭活动,有关神和楠天神游行及鬼节游行。第三天是行善日,人们到寺院听经、斋僧行善、供奉佛像及圣物。

精彩活动就在第二天,居民将穿着色彩鲜艳的鬼袍,戴上木质鬼面具,手持木制刀剑,腰部挂上铃铛,跟着游行狂歌劲舞地走到蓬猜寺。旅行途中拥有2种鬼类包括居民身穿鬼袍的“小鬼”和巨大竹子木偶的“大鬼”,大鬼头上戴有阳具,当地人视阳具为丰收富足的象征,节日后要将全部的鬼装扔到河里,仿佛将悲伤飘走。

此外,在鬼节里也不容错过参观蓬猜寺佛堂和展示鬼节简介的“鬼节博物馆”。

可见“鬼节”是信仰和优美习俗之代表。每年,当雨季的凉风飘来,丹赛区的鬼们会出来欢乐的舞蹈,持续继承此美丽的传统节日。

 

旅游指南

旅游时间:今年鬼节于7月5日-7日举办。
交通:泰国微笑航空曼谷至乌隆府航线,预订机票请至www.thaismileair.com。从机场继续乘车约152公里至黎府,丹赛区距离黎主城约80公里。
详情:泰国旅游局黎府办公室,电话:042 812 812。

Show Buttons
Hide Buttons