ท่องเส้นทางแสวงบุญ
คงคา
พาราณสีอิสิปตนมฤคทายวัน

สายการบินไทยสมายล์เที่ยวบินปฐมฤกษ์ กรุงเทพฯพาราณสี ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงครึ่ง พาคณะผู้บริหารสายการบินและผู้เดินทาง นำโดย พระเมธีวชิโรดม (ว. วชิรเมธี) ผ่านแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ของอินเดีย สู่ พาราณสี เมืองที่สวยงามและมีสถานะเป็นดินแดนทางศาสนาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อนจะเริ่มต้นภารกิจจาริกแสวงบุญท่ามกลางความสงบงาม

Words & Photos: Ganga Aarti

พาราณสี นับเป็นเมืองเก่าแก่ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานก่า 4,000 ปี เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดูและศาสนาเชน อีกทั้งยังมีความสำคัญต่อพุทธศาสนา ในฐานะที่ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงปฐมเทศนาครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์ นอกจากนั้นพาราณสีในอดีตมีฐานะเป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสีแต่ปัจจุบันอยู่ในรัฐอุตตรประเทศของอินเดีย และสือบทอดสถานะเมืองศักดิ์สิทธิ์นับแต่ยุคอดีตกาล จึงเป็นหมุดหมายสำคัญของผู้จาริกแสวงบุญทั้งชาวฮินดูและชาวพุทธ

คณะแสวงบุญเริ่มต้นภารกิจแรกที่แม่น้ำคงคานับตั้งแต่แสงแรกยังไม่ทาบขอบฟ้า ในความสลัวของแสงไฟริมแม่น้ำคงคา คลาคล่ำไปด้วยกิจกรรมหลากหลายและผู้คนพลุกพล่าน บ้างจุดเทียนสวดอ้อนวอนสรรเสริญพระเจ้า บ้างลงชำระล้างร่างกายในแม่น้ำ ด้วยเชื่อว่าสายน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้จะช่วยชะล้างบาป แม่น้ำคงคาจึงเป็นแม่น้ำสำคัญสำหรับชาวฮินดูที่จะต้องมาเยือนและชำระล้างบาปกันที่นี่ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต

ตามความเชื่อของชาวฮินดูรวมถึงชาวพุทธที่รับคตินี้เข้ามาผสมผสาน พระแม่คงคาคือผู้ปกปักรักษาแม่น้ำทั่วทั้งโลก โดยในตำนานกล่าวถึงเหตุการณ์หนึ่งที่พระศิวะใช้เส้นผมรองรับความเชี่ยวกรากของคงคาให้ไหลสงบหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตผู้คน จึงทำให้ชาวฮินดูให้คุณค่ากับแม่น้ำคงคาเป็นอย่างมาก คณะแสวงบุญจึงล่องเรือไปกับสายน้ำในยามเช้า เฝ้ามองความเป็นไปของพิธีกรรมและผู้คนบนฝั่งน้ำ พร้อมเปิดใจเพื่อสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ของสายน้ำแห่งนี้

หลังจากลอยกระทงดอกไม้เพื่อสักการบูชาพระแม่คงคาแล้ว คณะแสวงบุญก็ลอยเรือไปยังท่ามณิกรรณิการ์ฆาต ท่าเรือซึ่งใช้ในการประกอบพิธีเผาศพริมฝั่งแม่น้ำตามความเชื่อที่ว่า แม่น้ำคงคาไหลจากสรวงสวรรค์มายังโลกมนุษย์ การประกอบพิธีเผาศพแล้วปล่อยกระดูกเถ้าสังขารลอยไปตามน้ำคงคาจึงเปรียบเสมือนการเดินทางครั้งสุดท้ายเพื่อกลับคืนสู่สวรรค์ เป็นความปรารถนาอย่างแรงกล้าของชาวฮินดูทุกคนที่หวังไว้ว่า ในวาระสุดท้ายจะได้ชำระล้างบาปกับแม่น้ำสายนี้

ว่ากันว่ามีการเผาศพกันตลอด 24 ชั่วโมงตลอดทั้งปี จนเป็นที่มาของชื่อนครแห่งแสงไฟของเมืองพาราณสี อันหมายถึงแสงไฟจากการเผาศพที่ไม่เคยมอดดับมาเป็นระยะเวลาหลายพันปี พระเมธีวชิโรดมได้นำคณะแสวงบุญร่วมกันแผ่เมตตาตามคติชาวพุทธและเฝ้าสังเกตการณ์สัจธรรมของชีวิตในช่วงที่แสงแรกของวันปรากฏขึ้นทาบทับขอบฟ้าพอดี

จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยัง ป่าอิสิปตน-มฤคทายวัน อันเป็นชื่อเรียกเดิมสมัยพุทธกาลของ ‘สารนาถ’ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ‘ธรรมเมกขสถูป’ พุทธสังเวชนียสถาน 1 ใน 4 แห่งของชาวพุทธที่เชื่อกันว่า ณ จุดที่ตั้งสถูปคือบริเวณที่พระพุทธเจ้าได้แสดงปฐมเทศนาเป็นครั้งแรก นับแต่นั้นพุทธศาสนาก็ก่อกำเนิดขึ้นครบองค์ประกอบ ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เจริญรุ่งเรืองสืบมา

ธรรมเมกขสถูป สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช นอกจากสถูปขนาดใหญ่แล้ว ยังมีศาสนสถานอื่นๆ รายล้อม ซึ่งหลงเหลือให้เห็นเป็นซากกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ในปัจจุบัน คณะแสวงบุญได้ร่วมกันสวดมนต์และทำสมาธิต่อหน้าองค์สถูป เพื่อรำลึกถึงจุดกำเนิดพุทธศาสนา เมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน

เช้าวันใหม่ คณะแสวงบุญเริ่มภารกิจที่วัดวิศวนาถใหม่ ศาสนสถานสำคัญของชาวฮินดูเพื่ออุทิศแด่พระศิวะ ตั้งอยู่ในบริเวณอันร่มรื่นของมหาวิทยาลัย บาณารัส ฮินดู วัดวิศวนาถใหม่เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อต้อนรับผู้มีศรัทธาในทุกๆ ศาสนา คณะแสวงบุญจึงได้มีโอกาศเข้าร่วมและทำพิธีบูชาไฟต่อพระศิวะ ซึ่งนับเป็นข้อดีของพุทธศาสนิกชนไทยที่เปิดรับปรัชญาและพิธีกรรมความเชื่อของศาสนาอื่นๆ แล้วนำมาปรับใช้อย่างลงตัว

ในช่วงค่ำ คณะแสวงบุญได้เดินทางทางเรือบนแม่น้ำคงคาอีกครั้ง โดยมีจุดหมายที่พิธีคงคาอารตี หรือพิธีบูชาไฟ ริมแม่น้ำคงคาซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกค่ำคืน และมีผู้เข้าร่วมทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวนับพันนับหมื่นจนกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของการมาเยือนเมืองพาราณสี

คงคาอารตี หรือการบูชาแม่น้ำด้วยไฟอันเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ พร้อมกล่าวบทสวดสรรเสริญ เป็นความเชื่อสืบทอดต่อกันมาแต่โบราณของชาวฮินดู ปัจจุบันมีการจัดพื้นที่ถาวรสำหรับการทำพิธีซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังสามารถนั่งเรือเพื่อเข้ามาชมพิธีในมุมมองจากแม่น้ำไปยังจุดทำพิธีได้อีกด้วย

การเดินทางจาริกแสวงบุญในเมืองพาราณสีแม้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ หากก็เต็มไปด้วยความหมายอย่างยิ่ง พาราณสีเมืองเก่าแก่ที่ไม่มีแห่งหนไหนเสมอเหมือนได้มอบประสบการณ์ความจริงของชีวิต ก่อให้เกิดการตั้งคำถามถึงสัจธรรมในการดำรงอยู่ของสรรพสิ่งและได้ให้เวลาสงบนิ่งทบทวนเรื่องราวต่อหน้าศาสนสถานอันยิ่งใหญ่ หลอมรวมเป็นความทรงจำที่ผู้ร่วมคณะทุกๆ คนไม่อาจลืมเลือน

Travellers’ Guide

Getting there: เดินทางกับสายการบิน THAI Smile กรุงเทพฯ-พาราณสี มีเที่ยวบินสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 เที่ยวบิน สำรองที่นั่งได้ที่ www.thaismileair.com

More info: สนใจท่องเที่ยวจาริกแสวงบุญ สอบถามได้ที่ บริษัท Merit Explorer จำกัด โทร. 088 695 3964 โดยการท่องเที่ยวเมืองพาราณสีช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุด

Pilgrimage to Ganges – Varanasi – Sarnath

THAI Smile’s inaugural flight for Bangkok – Varanasi route took about 3 and a half hours, with the carrier’s executives, Phra V. Wachiramatee and many passengers on board. The flight landed in ‘Varanasi’, which is not just a beautiful ancient city but also one of the world’s most important religious towns.

Sacred to Hindus and Jains, Varanasi has also had a prominent place in Buddhism because Lord Buddha delivered his 1st sermon in this city. Buddhists therefore are among pilgrims heading to Varanasi.

Our group began our pilgrimage in Varanasi with a boat ride through the Ganges River. Even before sunrise, the riverbank was crowded with many people praying under candlelight and several others preparing to wade into the river to wash away their sin. Ganga, worshipped by Hindus and many Buddhists, is the River Goddess.

During the cruise, we also floated floral vessels to show respect to Ganga. Then, we got off the boat at Manikarnika Ghat or the riverfront cremation ground. Bodies were cremated here before ashes were floated into Ganges. Because the river is believed to have flowed from Heaven, it is expected to bring the deceased back to the heavenly realm.

Cremations have taken place round the clock year-round for thousands of years here. Varanasi, as a result, is known as the City of Fire. Here, Phra V. Wachiramatee led prayers in dedication to the decreased and advised our group members to contemplate on lives just as the first rays of the sun appeared over the horizons.

From here, we headed to Sarnath. Known in the old days as Isipatana Mrigadayavan Forest, the city hosts the Dhamek Stupa, one of the 4 holy sites directly related to Lord Buddha. This stupa was reportedly built in the reign of King Ashoka the Great on the spot where lord Buddha delivered his 1st sermon. With that sermon, Buddhism was first formed as Sangha. Sangha, just like Dhamma and Buddha, is a part of the Triple Gem.

Our group members surrounded this big stupa to pray and meditate in remembrance of the origin of Buddhism, which dates back more than 2,500 years. Around the stupa are also various remnants of huge historical structures.

On the 2nd day, our group visited the New Vishwanatha Temple that Hindus have built in dedication to Shiva. Located inside picturesque Banaras Hindu University, this temple welcomes people of all faiths. Our group members therefore got an opportunity to join the Fire Worship to Shiva ritual. Exposure to the philosophy and ritual of another religion proved useful, as we learned something that we should be able to apply to our life later.

During the right, we cruised along the Ganges River again to observe the Ganga Aarti. Featuring fires as a form of worship to Ganga and accompanied by the chanting of mantras, such ritual is performed every night on the riverbanks. Thousands of locals and tourists gathered for the event.

Today, Varanasi has designated permanent zones for the ritual and offered tourists opportunities to watch the awe-inspiring ceremony from the river.

This trip to Varanasi might be short. Yet, it is so meaningful. An ancient city like no others, Varanasi nudges its visitors to watch and contemplate on the realities of life, and presents them opportunities to reflect on their own life and more in front of the pristine holy sites. No one can forget a trip to Varanasi.

Travellers’ Guide

Getting there: THAI Smile operates Bangkok-Varanasi flights 3 days a week. For reservation, visit www.thaismileair.com

More info: If you are interested in making a pilgrimage, contact Merit Explorer Co., Ltd. at 088 695 3964. The best time to visit Varanasi is between December and February.

游朝圣路线——恒河瓦拉纳西鹿野苑

泰国微笑航空首班的曼谷至瓦拉纳西,飞行约3时,带领其航司的管理团队和由武提猜·伐札梅谛大师带领的乘客到誉为世界最重要宗教城市之一——瓦拉西开始朝圣。

瓦拉纳西是具有4,000年悠久历史的老城,昔日,这里作为伽尸国的首都,位于今印度北方邦。瓦拉纳西是印度教、禅教和佛教圣地,亦是朝圣旅游的重要目的地。

恒河是此次神圣之旅的第一目的地,黎明时,恒河人群蜂拥,有的燃烛祈愿,有的下水洗掉罪过。据印度和佛教信仰,恒河女神是保护全球河流的神者,在印度传说中提到湿婆用头发承受汹涌的河水,河流安若明镜,灌溉了人们。旅团从船上观看恒河边的神圣仪式,感受其河流的神圣及壮观场景,再放水灯供奉恒河女神。

随后,旅团乘船到了玛尼卡尼卡河坛,据说恒河来自天堂,于是在此河坛火葬,骨灰被抛向恒河,仿佛是向往天堂的最后旅行。火葬仪式让这里留下火焰之城的名称,意为上千年曾未灭掉的葬场火焰。

我们继续前往鹿野苑,到佛教四大圣地之一的达麦塔,达麦塔所处的位置是佛陀第一次传授佛法的地点,佛教的佛、法、僧三宝至此具备,佛教从而蓬勃发展。达麦塔建于阿育王,周围还有众多宗教遗迹可见。旅团就在此佛教诞生之地,坐禅念经。

新的一天,旅团到位于贝拿勒斯印度教大学的新湿婆神庙,参加湿婆神的火祭仪式,随后,下船去参加每晚举行的恒河火祭仪式,火代表纯净,用火祭拜恒河,是印度教徒从古传下来的信仰。恒河火祭仪式具有千人万人参加,是瓦拉纳西的必去地点。

此朝圣之旅,时间虽短暂,但充满了意义。瓦拉纳西,无可比拟之古城,在壮观的宗教胜地前,安静思考生活及万物存在的真谛,留下印象深刻之体验。

旅游指南

交通 泰国微笑航空曼谷至瓦拉纳西,每周3天,每天1班。预定机票 www.thaismileair.com

详情 朝圣之旅可联系瓦拉纳西旅游局的Merit Explorer公司,电话 088 695 3964,最佳旅游时间为11月-2月。

Show Buttons
Hide Buttons