อิ่มอร่อย เคียงข้างสายน้ำ (Riverside Dining with a View) 
河畔赏心悦目之美味

ย้อนเวลากลับไปเกือบ 100 ปีที่แล้ว ในช่วงเวลาที่สายน้ำยังคงเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน ท่าเตียนนับว่าเป็นหนึ่งในบริเวณที่คึกคัก จอแจ ในฐานะที่เป็นท่าเรือสำหรับการสัญจรใช้ชีวิตต่อเมื่อการเดินทางทางเรือลดบทบาทลงเป็นเพียงตัวเลือกหนึ่งในการสัญจร ท่าเรือจึงสร่างซาผู้คน หากแต่บรรยากาศริมท่าเรือยังคงมีความคลาสสิกสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นเวนิสตะวันออกของเมืองกรุงได้อย่างดี และนั่นทำให้ Eat Sight Story ร้านอาหารที่เดิมเคยเป็นท่าเรือแดง เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมสำหรับผู้มาเยือน

นอกจากทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ฝั่งตรงข้ามคือพระปรางค์วัดอรุณฯ (วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร) แล้ว ทางร้านยังสร้างแรงดึงดูดอื่นๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งโซนต่างๆ ของร้านหรือแม้กระทั่งเมนูอาหาร ที่มีสไตล์เป็นฟิวชั่นผสานวัตถุดิบทั้งจากไทยและต่างแดน เพื่อรองรับผู้คนทุกเชื้อชาติ และที่ขาดไม่ได้คือ ต้องมีกลิ่นอายความเป็นไทยร่วมสอดแทรกอยู่

The Tha Tian Pier was a bustling commuter hub a century ago when Bangkokians depended upon the Chao Phraya River for their livelihood. The advent of the roadways led to a marked decline in river transport services.

These days the pier is still functional, but passenger traffic has thinned out. However, the atmosphere remains classic as ever and the pier still stands as a worthy testament to Venice of the East’s riverine way of life in years gone by.

Eat Sight Story is a Thai restaurant that’s located right where the Tha Rua Da Pier a stone’s throw from Tha Tian, once stood.

The restaurant – offering a magnificent view of the Chao Phraya River an Wat Arun (just over the river) – is divided into different zones. The menu focuses on fusion food cooked with Thai and imported ingredients catering to different tastes and nationalities. Every dish has a touch of Thainess.

时光倒转约100年前,当河流作为人们的主要生活命脉时,塔田码头是一个商业码头,这里亦作为繁忙区域之一。可今日,当水上交通渐渐的减少角色,码头上来来往往的人们也跟着变得稀疏了,不过码头的周围仍旧充满着优美之氛围,反映了这座被赞誉为东方威尼斯的城市,这也使Eat Sight Story餐馆(即美食、美景、故事)成为河畔流行餐馆之一。

除了湄南河美景之外,餐馆与郑王庙也仅仅隔河相望,里面设有用餐的绝佳座位,甚至菜系也是精致创作,供应隐含泰国独特风味的国际混合菜系,以便满足每个人的口味。

ปลากะพงเปรี้ยวหวาน (Pla Kapong Preaw Wan: Crispy Whole Baby Sea Bass in Sweet and Sour Sauce) 
หน้าตาที่ดูโดดเด่นออกมาจากจานปลาจานนี้ มีไอเดียมาจากพระปรางค์วัดอรุณฯ โดยเชฟเลือกที่จะนำเสนอซอสเปรี้ยวหวานสไตล์ไทยๆ บนปลากะพงทอด แล้วจัดจานในรูปแบบแปลกตาคล้ายพีระมิด เรียกน้ำย่อยและเรียกคะแนนความสวยงามได้ดีทีเดียว

Presented in a stunning design, the dish is inspired by the great pagoda of Wat Arun. The chef uses the Thai sweet and sour sauce for
the crispy sea bass. The food is styled like a pyramid to whet the diner’s appetite and show off the chef’s creativity.

ทอดมันปลากะพง (Tod Mun Pla Kapong: Deep-fried Sea Bass & Prawn Pancake)
ทอดมันที่สร้างความแตกต่างด้วยการเน้นความหนานุ่มให้คุณได้ลิ้มรสเนื้อปลากะพง ปลากราย กุ้ง มะพร้าวอ่อนที่รวมอยู่กับเครื่องเทศไทยได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

The pancake is quite distinctive: thick and soft with the tantalising aroma and taste of the fish. The fish cake is a mixture of sea bass, prawns, young coconut and assorted Thai spices. It’s served with a sweet and sour dip.

ส้มตำซีฟู้ด (Somtam Seafood)
หลากรสสัมผัสถูกสร้างสรรค์ไว้ในเมนูส้มตำซีฟู้ดตั้งแต่รสกรุบกรอบมันของปูอัดชุบแป้งทอด กับรสเปรี้ยวหวานเค็มของส้มตำ มีรสจัดจ้านรวมอยู่ด้วยจางๆ เพื่อให้ทุกลิ้นสัมผัสสามารถเข้าถึงได้

The papaya salad comes with seafood and deep-fried crab sticks. The sweet and sour dish is mildly spicy.

ยำผลไม้ (Mixed Fruit Salad)
ต่างชาติมีฟรุตสลัด ทาง Eat Sight Story ก็จัดยำผลไม้ มาให้ลองลิ้ม เน้นผลไม้ตามฤดูกาลของไทย

The salad features seasonal Thai fruits with prawns, spring onion and lime.

ขนมครกสามสี (Kanom Krok Sam See)
ของหวานแบบสตรีทฟู้ดไทยๆ สะท้อนวิถีที่แนบชิดกับสายน้ำของคนไทยออกมาจากส่วนผสมทั้ง 3 สี ได้แก่สีขาวจากข้าว, สีดำจากข้าวเหนียวดำ และสีเขียวจากใบเตย โดยมีส่วนผสมสำคัญอย่างมะพร้าวเป็นตัวชูโรงตกแต่งหน้าด้วยเผือก ฟักทอง มอซซาเรลลาชีส

The traditional Thai coconut pudding is a part of Thailand’s street food, reflecting the Thais’ riverine way of life. It comes in the three colours: white from rice, black from glutinous rice and green from pandan leaves.

ฟรุตพันช์ (Fruit Punch)
สำหรับใครที่อยากได้เครื่องดื่มเย็นๆ เรียกความสดชื่นแนะนำเป็น ฟรุตพันช์ (Fruit Punch) ม็อกเทลสีสดสวยที่มีส่วนผสมของผลไม้หลักๆ อย่างสับปะรด และส้มแล้วมิกซ์ตามสูตรให้พอดีกันก็ดื่มด่ำได้อย่างสบายอารมณ์

This refreshing colourful mocktail uses luscious pineapple and orange, a great way to slake the thirst.

• สัมผัสบรรยากาศร้านอาหารได้ที่ Eat Sight Story ซอยท่าเตียน เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. โทร. 0 2622 2163 และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศริมน้ำ และอยากจะดูดซับวิวสวยๆ ในช่วงเวลาพักผ่อน ที่นี่ยังมีวิลล่าหลังเล็กๆ ริมน้ำ ตกแต่งสไตล์ ชิโน-โปรตุกีส คอยต้อนรับอีกด้วย
• Located on Soi Tha Tian, Eat Sight Story is open daily from 11.00-23.00. Call 0 2622 2163. The restaurant offers villa-style overnight accommodation.
• 在Eat Sight Story 塔田码头巷子享受湄南河一流的河边风景,每天11.00点至23.00点营业,电话:026222163。此外,这里也提供了河畔中葡风格小型别墅招待大家前来休息。