อลังการสนามไชย
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุด 

Words: Piyalak Nakayokhin
Photos: Dolnapa Ram-Indra

ขณะเดินลงบันไดเลื่อนเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชยซึ่งเตรียมจะเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2562 มาถึงชั้นโถงผู้โดยสารและสถานที่จำหน่ายตั๋วโดยสาร ไม่ว่าใครต่างก็ถูกสะกดให้ตื่นตะลึงจนอุทาน “ว้าว” ในความวิจิตรตระการตาแสนคลาสสิกของศิลปกรรมไทย ที่ฉายชัดอยู่ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินระบบขนส่งมวลชนที่ก้าวไปกับเทคโนโลยียุคใหม่แห่งนี้

สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชย เป็น 1ใน 4 สถานีใต้ดินตามโครงการเส้นทางรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค ซึ่งเริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหัวลำโพง เป็นเส้นทางใต้ดินตามแนวถนนพระราม 4 ผ่านถนนเจริญกรุงวังบูรพา ถนนสนามไชย ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณปากคลองตลาดซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีทางวิศวกรรมขั้นสูง เพื่อขุดเจาะอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ระดับความลึกสูงสุด 40 เมตร ลอดใต้คลองบางกอกใหญ่ ถนนอิสรภาพ แล้วเปลี่ยนเป็นเส้นทางยกระดับบนเกาะกลางถนนเข้าสู่สี่แยกท่าพระ ไปตามแนวถนนเพชรเกษม
ผ่านบางไผ่ บางหว้า บางแค สิ้นสุดปลายทางที่บริเวณวงแหวนรอบนอกถนนกาญจนาภิเษก รวมระยะทาง 15.9กิโลเมตร มีสถานียกระดับ 7 สถานี และสถานีใต้ดิน 4 สถานี ซึ่งได้รับการออกแบบให้กลมกลืนกับประวัติความเป็นมาและพื้นที่โดยรอบ ได้แก่ สถานีวัดมังกรกมลาวาสออกแบบให้มสถาปัตยกรรมผสมผสานไทย-จีน มีสัญลักษณ์รูปมังกร สถานีสามยอด (วังบูรพา) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 6 สถานีสนามไชย สื่อเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมไทย และสถานีอิสรภาพซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ได้นำหงส์มาใช้ในการออกแบบ

สำหรับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชย มีลักษณะเฉพาะคือเป็นสถานีเดียวที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์เกาะรัตนโกสินทร์ อีกทั้งเมื่อมีการเปิดหน้าดินเพื่อก่อสร้าง ก็ขุดค้นพบโบราณวัตถุฐานรากโครงสร้างพระราชวังซึ่งจะได้นำมาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ภายในสถานีด้วย โจทย์หลักของการออกแบบและกฎระเบียบภายในเกาะรัตนโกสินทร์คือสิ่งปลูกสร้างจะต้องเป็นแบบไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)และบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ผู้รับสัมปทานการก่อสร้างสถานีสนามไชย จึงเชิญรองศาสตราจารย์ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม)ประจำปี พ.ศ. 2537 สถาปนิกคนสำคัญผู้สร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมและสถาปัตยศิลป์แบบไทยมาสืบเนื่องยาวนาน ให้เป็นผู้ออกแบบตกแต่งภายในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชย ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาต่างประจักษ์แจ้งสายตาผู้พบเห็นที่ล้วนชื่นชมในความสวยตระการตาเป็นที่สุดจนตั้งตารอคอยการเปิดใช้งานจริง และมั่นใจว่าจะกลายเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

รองศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ได้ถ่ายทอดศิลปะและสถาปัตยกรรมไทยลงในรายละเอียดการตกแต่งภายในของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชยไว้อย่างงดงามและถูกต้องตามหลักวิชา ด้วยวิธีการทำงานแบบ“ภิญโญสกูล” ที่ไม่เหมือนใคร คือใช้การเขียนแบบเท่าจริงด้วยเครื่องมือเขียนแบบอย่างปากกาคอแร้ง เป็นงานฝีมือที่คอมพิวเตอร์ใดๆ ไม่อาจเทียบเคียงได้

“เวลาอาจารย์ออกแบบจะเขียนแบบเท่าของจริง ใช้ปากกาคอแร้งตัวเดียวเขียน ลายไทยที่เอามาใช้ก็มีลายบัวจงกลที่เสา ลายท้องไม้ เพดานเป็นลายดาวล้อมเดือน ตัวเสามีลายประจำยามจำลองรั้วของวัง อาจารย์เขียนแบบเท่าของจริง ให้ช่างไปหล่อพิมพ์มาวางเป็นแถว สำคัญคือต้นแบบต้องแม่นยำต้องรู้ว่าเวลาทำต่อเนื่องจะเป็นยังไงต้องวางตามตำแหน่งให้ถูก โดยในการออกแบบสถานี มีข้อจำกัดอยู่ เช่น งานตกแต่งอย่างเสาคอนกรีตโครงสร้างที่รับหลายชั้น ลงมา 35 เมตร เขาทำไว้แล้วอาจารย์จึงออกแบบเสาให้เป็นไทยแล้วเอามาคลุมเสาคอนกรีตเสริมเหล็กอีกเสา แล้วก็ต้องเลือกวัสดุที่ใช้ หนึ่ง ต้องไม่ซ่อมแซมบ่อย สอง ตอ้งไม่อันตรายไม่มีคม ไม่มีแหลม ที่ผู้โดยสารเดินผ่านแล้วสัมผัสจะเกิดอันตราย สาม พื้นต้องไม่ลื่น ก็เลือกใช้แกรนิต และสี่ วัสดุไม่เป็นเชื้อเพลิง ทุกอย่างต้องไม่ติดไฟ”

ในความเป็นไทยยังสื่อสารผ่านสีที่เลือกใช้ อย่างสีทองคำที่หัวเสาบัวจงกล และสีแดงน้ำหมาก ซึ่งไม่มีอยู่ในแคตตาล็อกของบริษัทสี จึงต้องผสมสีขึ้นมาใหม่ เป็นสีแดงไทยที่เรียกว่าสีแดงน้ำหมาก

“การผสมสีในการใช้งานจะเอาผงแดงชาดมาผสมกับรักน้ำเกลี้ยง(ยางไม้จากต้นรัก) ซึ่งมีสีน้ำตาลแก่ออกมาเป็นสีแดงเลือดหมูหรือแดงน้ำหมาก เป็นสีแดงไทยซึ่งใช้กันมาแต่โบราณ สีมีอิทธิพลมาก เวลาอาจารย์ผสมสีแดงทาแล้ว ความรู้สึกคือมันเป็นไทยจริงๆ ถ้าเราไปดูสถานีจีนที่วัดมังกร จะเห็นสีแดงจีน คนละแดงกันเลย เทียบกันได้ ตอนหลังลูกศิษย์อาจารย์พวกสถาปนิกเลยตั้งชื่อแดงน้ำหมากนี้ว่าแดงภิญโญ”

ด้วยประสบการณ์เชี่ยวชาญที่ลงลึกถึงจิตวิญญาณแห่งสถาปัตยกรรมไทยการออกแบบตกแต่งสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชยของรองศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี จึงไม่เพียงสวยงามสะกดสายตาผู้พบเห็นเท่านั้น แต่ยังครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยที่กลมกลืนกับพื้นที่ และความถูกต้องเหมาะสม ผนังอาคาร 2 ด้านในชั้นโถงผู้โดยสารจำลองจากกำแพงพระบรมมหาราชวัง อันเป็นพื้นที่ต่อเนื่องของถนนสนามไชย ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่มีใบเสมาอยู่ด้านบนเหมือนรั้วของวัง ทั้งนี้เพราะใบเสมาคือแผ่นหินที่ทำเป็นเครื่องหมายบอกเขตอุโบสถ และเครื่องก่อรูปตั้งเรียงกันบนหลังกำแพงวังหรือกำแพงเมือง ในการออกแบบสถานีจึงไม่ควรนำมาใช้ ขณะที่แนวกำแพงอาคารสถานีกำหนดให้มีช่องเซอร์วิสเพื่อการบำรุงรักษาโครงสร้างแนวท่อต่างๆ การออกแบบอันชาญฉลาดจึงทำบางช่องเซอร์วิสในระยะที่เหมาะสมเป็นประตูสีแดงที่ราวกับจะเปิดเข้าไปในกำแพงวังได้เลย อย่างไรก็ดี ประตูสีแดงในสถานีแห่งนี้ปิดลงกลอนทุกบานเพื่อความปลอดภัย

สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชยยังเป็นสถานีที่มีทางออกถึง 5 จุด ไปสู่ปากคลองตลาด โรงเรียนราชินี สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง โรงเรียนวัดราชบพิธ และมิวเซียมสยาม อันเป็นจุดเชื่อมต่อการท่องเที่ยวในเขตเกาะรัตนโกสินทร์กับริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างสะดวกง่ายดายอีกด้วย

จากความวิจิตรตระการของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชย ไม่ว่าผู้เดินทางจะผ่านพบจากการโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินมาถึงชานชาลาแล้วเดินขึ้นสู่โถงผู้โดยสาร หรือลงบันไดเลื่อนจากทางเข้าทั้ง 5 จุดมายังชั้นจำหน่ายตั๋ว ต่างก็ต้องหยุดมองพร้อมชื่นชมกับความอลังการแห่งศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้…

Splendid ‘Sanam Chai’ 
Bangkok’s Most Magnificent Subway Station 

Take the escalator down to the passenger concourse of the Sanam Chai subway station and one can’t help but blurt, “wow!”, at the sight of the magnificent classic Thai arts on display inside the subway station, which will go into operation in 2019.

The Sanam Chai subway station is part of the MRT Blue Line extension connecting Hua Lamphong with Bang Khae. The extension begins at the Hua Lamphong subway station and
runs underground along Rama IV Road past Charoen Krung, Wang Burapha and Sanam Chai roads. The railway line bores through a tunnel underneath the Chao Phraya River at a depth of about 40 metres. From the Tha Phra intersection, it runs overground along Phet Kasem Road towards Bang Khae.

The 15.9-kilometre extension consists of seven overground and four underground stations. The design of each station corresponds to the history and character of the area.

The Wat Mangkon Kamalawat subway station showcases the elements of Thai and Chinese
architecture complete with symbolic images of the dragon. The Sam Yot station (aka Wang Burapha) looks vintage in style as it strictly adheres to the architecture of the Sixth Reign.
The Sanam Chai station captures the identity of traditional Thai architecture. The Itsaraphap station, located near Wat Hong Rattanaram Ratchaworawihan, features Chinese swan paintings.

The Sanam Chai subway station is rather unique: it’s the only station situated in the Rattanakosin Island, a conserved historic area of Bangkok. At the start of construction
work, excavations were carried out and discoveries were made. The site has yielded many interesting archaeological finds, from copper coins to broken bowls, which will be on display at the station’s underground museum.

The main goal of the station’s interior design is to convey Thainess. The Mass Rapid Transit Authority of Thailand (MRTA) and CH. Karnchang Plc. the contractor assigned to build the Sanam Chai station, entrusted the task to the 1994 National Artist in the Visual Arts Dr Pinyo Suwankiri.

Taking a “Pinyo School” approach, Pinyo created life-sized designs of Thai patterns and other
elements with only a dip pen. The station’s interior is decorated with traditional motifs such as lotus-inspired jongkol sao for the capital, thong mai and dao lom duen (stars surrounding the moon), which adorns the ceiling.

“The station’s pillars are painted in a pattern of prajam yam. The concourse walls replicate the ramparts of the Grand Palace. After creating the designs, I had craftsmen make the moulds. My role was to design the coverings and outer layers for whatever has been built like the massive concrete pillars that support the station’s multiple floors. Choosing materials for these coverings is crucial. They must be durable and do not require regular repair work”, he said.

The Sanam Chai station’s sense of Thainess is communicated through Pinyo’s traditional palette. The bua jongkol-style capital shines in gold. But red brown – like betel nut juice –
is the dominant colour.

“Red brown is a mixture of blood red powder and the brown sap from the crown flower. Red brown has been used in Thailand from time immemorial. This colour is quite influential [in Thai art]. The red used at the Wat Mangkon station is a different shade from the red brown used here. This colour has been renamed by my students ‘red Pinyo’ ”, he said.

The Sanam Chai subway station’s interior design is elegant and functional.

The walls of the passengern concourse are intended to resemble the walls of the Grand Palace.
But the top of the concourse walls is not adorned with bai sema (the boundary stone designating the sacred prayer/ordination hall of the Buddhist temple) like that of the Grand Palace. The bai sema design is reserved for palace and city walls.

The Sanam Chai subway is the best jumping-off point for a visit to Rattanakosin Island and other spots on the banks of the Chao Phraya River. Whether on their way in or out of the Sanam Chai subway station, passengers are likely to be wowed by the elegant Thai art and
architecture.

最壮观最优美之地铁
站——萨纳差站

即将在2019年开放的萨纳差地铁站(Sanam Chai),其站内设计非常壮观,拥有精巧细致的泰国艺术设计,总令人赞不绝口,目不暇接。

萨纳差地铁站作为马哈纳空地铁(MahaNakhon)差龙拉差孟空线(Chaloem Ratchamongkhon)(蓝色线路)的四个地铁站之一,该线路是华南蓬-帮坑(Hua Lamphong-Bang Khae)的延长线路段,从华南蓬地铁站开始运行,是沿着拉玛四路运行的路线,通过石龙军路路、王布拉帕路(Wang Burapha)、萨纳差路,在帕空花市区域下道越过湄南河,邦艾运河(Khlong Bang Yai)及伊萨拉帕路(Itsaraphap),然后变上高架道前往塔帕(Tha Phra)十字路口,继续沿着佩克森路(Phet Kasem),通过邦派(Bang Phai)、邦坑、至终点站于卡差纳披思克外环路(Kanchanapisek),全程共15.9公里,拥有7座高架轨道站和4座地铁站,而4座地铁站包括融合中泰建筑设计艺术的龙莲寺站、卓越于拉玛六世王朝时代仿古艺术的三又站(SamYot)、展现泰国建筑艺术特征的萨纳差站以及以凤凰标志设计的伊萨拉帕站。

而由于萨纳差站是唯一坐落在曼谷旧城的拉达那哥欣岛保护区内,于是需根据此区域的建筑设计的规定,要求建筑务必以泰国艺术风格建成,此外,在挖掘此地区以准备建筑工程时,发现了宫殿的古城结构,于是也将带来在站内博物馆展览。在设计站内方面,亦邀请了1994年视觉艺术科(建筑分科)的国家艺术家以及2004年建筑艺术科建筑分科的泰国皇家艺术学会会员——拼优·素万克里 (Pinyo Suwankiri)副教授,作为该地铁站的设计师。他以自己独特的艺术风格,凭一支钢笔绘制了与现场真实规模相符的图案,然后让工匠将图案拿去铸造,将铸型拼连一起,简直是计算机不可代替的手工艺术。他制出的泰国图案包括柱子上泰式长瓣莲花图案、天花板的泰式星围月图案、模仿了宫殿的围墙图案等各种泰式独特图案。体现泰国艺术不仅体现在图案上,颜色的挑选和使用也非常重要,比如长瓣莲花图案的金色及槟榔果的红色,这些颜色需要重新混色而成。

在挑选建筑材料方面也要非常的细心,建筑材料要耐用、安全、防滑,且不易着火。总而言之,凭借拼优副教授的深人研究泰国建筑精神的专业经验,使得他设计的地铁站的不仅十分美观且配套设施齐全。