โขนไทย ตอน สืบมรรคา มรดกเหนือกาลเวลา
(Thai Khon ‘Sueb Marga’ The Timeless Heritage)
泰国孔剧《探路篇》永恒之文化遗产

โขน นาฏศิลป์และศิลปะชั้นสูง มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ด้วยเอกลักษณ์โดดเด่นอันรวมศาสตร์และศิลป์ ทั้งนาฏศิลป์ ดนตรี วรรณกรรม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม และงานช่างฝีมือต่างๆ เป็นมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่า ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียนการแสดงโขนไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 นับเป็นการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทยรายการแรก

Words: Piyalak Nakayodhin
Photos: The Support Foundation of Her Majesty Queen Sirikit of Thailand, Piyalak Nakayodhin

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นประจำทุกปี เพื่อให้คนไทยเห็นถึงความสำคัญของนาฏศิลป์ชั้นสูงของชาติ และช่วยกันอนุรักษ์การแสดงโขนให้คงอยู่สืบไป โดยเริ่มจัดแสดงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ในเรื่องรามเกียรติ์ เช่น ตอนนางลอย, ศึกมัยราพณ์, ศึกอินทรชิต ตอนนาคบาศ ฯลฯ จนมาถึงล่าสุดตอน ‘สืบมรรคา’ เพิ่งจัดแสดงให้ชมอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเดือนที่ผ่านมา ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ด้วยเรื่องราวที่พาผู้ชมติดตามการเดินทางผจญภัยของหนุมาน ทหารเอกของพระราม ไปสำรวจกรุงลงกาอย่างสนุกสนานเร้าใจ มีตัวละครสำคัญครบทุกตัว ตั้งแต่พระราม พระลักษมณ์ นางสีดา ทศกัณฐ์ และหนุมาน รวมถึงตัวละครใหม่อย่างนกสัมพาที นางผีเสื้อสมุทร นางอังกาศตไล และยักษ์ปักหลั่น

จุดเด่นของโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ นี้ คือ ความอลังการของฉากและอุปกรณ์ประกอบฉากซึ่งมีอาจารย์สุดสาคร ชายเสม เป็นผู้ออกแบบและสร้างฉากมาตั้งแต่ตอนแรก โดยนำความรู้สกุลช่างไทย ผนวกกับจินตนาการที่เกิดจากการศึกษาค้นคว้าและตีความจนเกิดจินตภาพสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างพิถีพิถันลงทุกรายละเอียด ให้งานฉากออกมาดีที่สุด อีกทั้งไม่หยุดนิ่งกับที่ หากแต่พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลให้ฟื้นฟูการแสดงโขน อันส่งผลให้ได้ฟื้นฟูช่างฝีมือแขนงต่างๆ นัยว่าโขนคือนาฏศิลป์ที่รวมช่างทุกด้านเข้าไว้ด้วยกัน

ฉากที่สร้างความประทับใจอย่างที่สุดแก่ทั้งผู้จัดทำและผู้ชมโขนตอน ‘สืบมรรคา’ ได้แก่ ฉากหนุมานเนรมิตกายให้ใหญ่มหึมา ทอดหางเป็นสะพานให้กองทัพวานรไต่ข้ามแม่น้ำด้วยการรังสรรค์ประติมากรรมนูนต่ำร่างหนุมานขนาดใหญ่ถึง 15 เมตร อาจารย์สุดสาครปั้นเองตั้งแต่ตัวโมเดลจนขยายเป็นหุ่นจริงตัวใหญ่ เก็บรายละเอียดของหน้าตา คิ้ว อารมณ์ความรู้สึก และลวดลายที่ประดับ โดยมีลูกมือเป็นศิษย์ในแผนกโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประกอบกับใช้เทคนิคสมัยใหม่สร้างกลไกให้แขนขาเคลื่อนไหวได้ รวมถึงการจัดแสงเงาให้มีมิติและแวววาวจนเห็นผิวมุกเรืองรองของหนุมาน

ขณะที่รายละเอียดและความซับซ้อนของฉากทุกฉากก็สมบูรณ์ด้วยงานจิตรกรรมที่อาจารย์สุดสาครออกแบบ และอาจารย์วิชัย รักชาติ สาขาจิตรกรรมไทยของวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ รับผิดชอบนำนักศึกษาสาขาจิตรกรรมไทยมาร่วมวาดภาพจิตรกรรมไว้อย่างงดงาม โดยเฉพาะฉากแม่น้ำใหญ่ที่ทำให้หนุมานต้องเนรมิตกายใหญ่ให้เหล่าวานรเดินข้ามแม่น้ำไปได้ ต้องวาดเขียนแม่น้ำให้ดูราวกับสายน้ำไหลบ่าไม่ขาดสาย และฉากทศกัณฐ์เกี้ยวนางสีดาที่สวนขวัญ ณ กรุงลงกา ก็ผ่านการคิดอย่างดีเพื่อให้ฉากสวนขวัญออกมาสวยงามดั่งใจ โดยอ้างอิงจากภาพเขียนที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

นอกจากบท การกำกับการแสดง การขับร้อง ร่ายรำ และฉากอันวิจิตรตระการตาแล้ว เครื่องแต่งกายของตัวละครยังมีความพิเศษด้วยฝีมือออกแบบโดยครูศิลป์ของแผ่นดิน อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ อย่างฉากทศกัณฐ์แต่งองค์ทรงเครื่องให้สะดุดตาเพื่อไปเกี้ยวพาราสีนางสีดา อาจารย์สุดสาครได้ทำหัวโขนทศกัณฐ์หน้าสีทอง แสดงถึงหน้าตาอันเปล่งปลัง ส่วนอาจารย์วีรธรรมออกแบบผ้าคล้องไหล่ พวงมาลัยคล้องพระกรขวา และพัดด้ามจิ้วจันทน์ที่ใช้สะบัดประกอบท่ารำ ในเวลาเดียวกันผ้าสไบของนางอังกาศตไล อาจารย์วีรธรรมก็ออกแบบลวดลายสำหรับนางยักษ์เป็นลายพุ่มหน้ากาลก้านแย่งอย่างวิจิตรเช่นกัน

กล่าวได้ว่า โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดแสดงอย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จทุกปี ผู้ชมมีความหลากหลาย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เห็นการชมโขนไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป หากสนุกสนานตื่นตาตื่นใจ สมกับพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเพื่อรักษาโขนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และได้สืบสานส่งต่อความรู้ทางนาฏศิลป์ชั้นสูงนี้ ด้วยการนำฉาก เทคนิค เครื่องประกอบฉาก เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ มาจัดแสดง ณ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ที่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุทธยา โดยมีมุมทำงานช่างศิลป์ให้ผู้เข้าชมได้เห็นการทำงานจริง อย่างการทอผ้า ปักผ้า เขียนฉาก และการทำหัวโขนด้วยกระดาษข่อยแบบเทคนิคดั้งเดิมด้วย อันทำให้ผู้ชมเข้าใจกระบวนการทำงาน และยิ่งตระหนักในคุณค่าเหนือกาลเวลาที่โขนมอบไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทย

Thai Khon ‘Sueb Marga’ – The Timeless Heritage

The origin of Khon, a sophisticated theatrical art, has traced back to the Ayutthaya period. Combining musical, vocal, literary, dance, ritual and handicraft elements, this masked dance drama has been on the Unesco’s Representative list of the intangible cultural heritage of humanity since November 29, 2018. It is also the 1st Thai Heritage to enter this prestigious roster.

In response to HM Queen Sirikit the Queen Mother’s initiative, the SUPPORT Foundation under her royal patronage has staged Khon performances in Thailand every year since 2007 to conserve this performing art. Sueb Marga The Adventures of Hanuman, which had been recently held at the National Cultural Centre, is the latest episode under the initiative. This remarkable episode told an exciting story around main characters from the Ramakien epic such as Rama, Sida, Lakshmana, Thotsakan and Hanuman, plus new characters like mythical bird, Sea Ogress and Paklan the Giant.

This Khon Performance boasts grand settings and props, which are the results of extensive researchers, fine Thai craftsmanship and wonderful imagination.

One of the most impressive scenes, for example, showed Hanuman enlarged himself to form a bridge with his tail for his simian army to cross over a river. Not only that the Giant Hanuman stood 15 metres tall but it could also make facial expressions and move limbs. Painting of the flowing river was also elaborate and awe-inspiring.

As stunning was the scene whereby Thotsakan courted Sida inside a magnificent garden, which was marvelously created based on murals inside the Phuttaisawan Throne Hall.

Costumes of each character were well-designed and splendid. Thotsakan even had a golden face to reflect radiance and had a shoulder wrap and a garland, as he wooed Sida. Respected artists Ajahn Sudsakorn Chaisem, Ajahn Wichai Rakchad and Ajahn Veeratham Tragoolngernthai have contributed to the production.

The Khon performance by the SUPPORT Foundation has been a success ever year, attracting huge audience including the new generation. Thanks to creative touch and dedicated production, such shows fulfill the Queen Mother’s aspiration to conserve this sophisticated theatrical art. Backdrops, props and costumes from the performances have been exhibited at the Khon Learning Centre, the Silapacheep Koh Kerd Centre, in Ayutthaya province. Visitors can even see artisans in action at the centre. Weaving, painting, embroidery making and Khon-mask production demonstrations are available so that visitors can see firsthand how elaborate each process is and recognise deeply the value of Thai Khon, the timeless heritage of Thailand.

Special Thanks

  • The SUPPORT Foundation of Her Majesty Queen Sirikit of Thailand, FB: Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, khonperformance.com
  • Public Hot Co., Ltd.

泰国孔剧《探路篇》永恒之文化遗产

泰国孔剧始于大城王朝时期,其凭借融合舞蹈、音乐、文学、雕塑和手工艺品的鲜明特征,于20181129日被联合国教科文组织列为人类非物质文化遗产

从2007年开始,为了让人们意识到泰国高雅艺术的重要性,并将其宝贵艺术保护下来,诗丽吉王太后御令每年举办手工艺促进基金会的孔剧表演。其孔剧演出《拉玛坚》的史诗故事,而最新《拉玛坚:探路篇》已在上个月于泰国文化中心演出,剧情讲述哈奴曼猴王的冒险之旅。

其手工艺促进基金会孔剧的独特在于壮观的场景和道具,一切由苏萨空老师将泰国工匠精神和创意想象精心设计,以便答复诗丽吉王太后的恢复孔剧之远见。

《探路篇》表演里的哈奴曼变身,将尾巴当作桥梁,让猴兵爬过河的场面,给观众留下深刻印象。而其壮观场景的15米哈奴曼低浮雕的容貌塑造和装饰十分精细,加上新动化技术和光影立体设计的使用,甚至能看到猴王的光泽珍珠肤色。其他完美背景的绘画作品,比如逼真的流动大河和十面魔王追求悉多的楞伽城林园场景。

此外,人物的精美服装及装饰是由泰国国家艺术家威拉谭老师设计而成,比如十面魔王为追求悉多特意打扮的服装包括护肩布、花环和手扇等精致服装。

每年手工艺促进基金会的孔剧连续举办并非常成功,受到观众的欢迎和重视,尤其是年轻人,这正如诗丽吉王太后的御望,并为了保护其国家文化遗产的流传,将其孔剧的背景、技术、装饰等展示在大城府手工艺促进基金会,让参展者了解孔剧的工作流程并意识到时间永不能带走的泰国文化遗产孔剧之珍贵。

  • 诗丽吉王太后手工艺促进基金会,手工艺促进基金会孔剧 FB : Khon Performance โขนมููลนิธิ
    ส่งเสริมศิลปาชีพฯ, khonperformance.com
  • Public Hit有限公司
Show Buttons
Hide Buttons