หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สืบสานศิลปกรรมไทย ใต้ร่มพระบารมี
(The Queen’s Gallery: Disseminating and Promoting Thai Arts)
圣皇恩泽下继承泰国艺术——诗丽吉王后画

บนถนนราชดำเนินกลาง อันเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง กล่าวได้ว่า หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คือความโดดเด่นงดงามที่สุดของถนนสายนี้

Words: Piyalak Nakayodhin
Photos: Termsit Siriphanich

ย้อนสู่วันวานอันทรงคุณค่า ครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขณะดำรงพระยศสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานรางวัล ‘จิตรกรรมบัวหลวงต้นแบบภาพปักเพื่อมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ’ จัดโดยมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ (ปัจจุบันคือมูลนิธิบัวหลวง) ณ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2544 นั้น ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ นายชาตรี โสภณพณิช และคณะรวม 7 ราย ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินจำนวน 7 ล้านบาทเพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย หากแต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงินกลับคืนมาให้กับนายชาตรี โสภณพนิช สำหรับใช้เป็นทุนประเดิมจัดตั้งหอศิลป์เพื่อจัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และวิจิตรศิลป์ของศิลปินไทย โดยเฉพาะศิลปินรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ เพื่อส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย อีกทั้งทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามหอศิลป์ตามพระนามาภิไธยว่า ‘หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ’ อีกด้วย

จึงนับว่าหอศิลป์นี้ก่อเกิดจากพระราชดำริของพระองค์โดยแท้ โดยหลังจากนั้นพระองค์ยังเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานเปิดหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 9 สิงหาคม 2546 พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการศิลปะ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพศิลปกรรมฝีพระหัตถ์ มาจัดแสดงร่วมกับศิลปินแห่งชาติ ศิลปินเหรียญทองจิตรกรรมบัวหลวง และศิลปินจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ อันนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการศิลปกรรมไทยสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

โดยเหตุที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ตั้งอยู่บนที่ตั้งเดียวกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาสะพานผ่านฟ้า และศูนย์สังคีตศิลป์ ซึ่งเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน และใกล้สถานที่สำคัญรอบเกาะรัตนโกสินทร์ จึงได้รับการปรับปรุงให้สวยงามสมพระเกียรติ โดยกรรมการมูลนิธิหอศิลป์ฯ ว่าจ้างสถาปนิกชาวญี่ปุ่นมาออกแบบให้เป็นหอศิลป์ทางทัศนศิลป์โดยเฉพาะ อันได้ชื่อว่าเป็นหอศิลป์สมบูรณ์แบบแห่งแรกของไทย ที่ก่อตั้งโดยเอกชน มีพื้นที่จัดนิทรรศการ 5 ชั้น เจาะโถงตรงกลางจากชั้นล่างถึงชั้น 3 โดยชั้นที่ 1-4 แสดงนิทรรศการหมุนเวียนตลอดปี ชั้นที่ 5 เป็นสำนักงานห้องประชุม และพื้นที่อเนกประสงค์ สำหรับผู้เข้าเยี่ยมชมแล้ว สิ่งแรกที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่งเมื่อก้าวมายังโถงกลางชั้น 1 คือพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระองค์ท่าน และพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำมาประดิษฐาน ณ ที่นี้ โดยพระฉายาสาทิสลักษณ์สีน้ำมัน ในฉลองพระองค์ชุดไทยจักรีอันงดงามนี้ วาดโดยอาจารย์สมาน คลังจัตุรัส เพื่อเป็นต้นฉบับจัดทำธนบัตรที่ระลึก

ตลอดการดำเนินงาน 15 ปีที่ผ่านมา หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นทั้งแหล่งศึกษาค้นคว้าด้านศิลปะ แหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และเหนืออื่นใด เป็นสถานที่แสดงผลงานศิลปกรรมที่มีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นทุกปี โดยนิทรรศการที่คัดสรรมาแสดงนั้นล้วนสะท้อนทัศนคติและความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนในแต่ละยุคสมัยรวมทั้งส่งเสริมศิลปินรุ่นใหม่ให้มีพื้นที่แสดงผลงาน อาทิ นิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ซึ่งหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดขึ้นทุกปี เพื่อรวบรวมและจัดแสดงงานศิลปนิพนธ์ของนิสิตนักศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโทจากสถาบันอุดมศึกษาที่มีการสอนศิลปะทั่วประเทศ นอกจากนี้เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของทั้ง 2 พระองค์ในวันที่ 8 สิงหาคม-24 กันยายน ศกนี้ จึงได้จัดนิทรรศการ ‘หัตถกรรมของบรรพชน : ของรัก ของหวง รักษาไว้ให้ถึงลูกหลาน’ โดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้งานศิลปหัตถกรรมชั้นสูง อาทิ ผ้าไทยโบราณ เครื่องเงิน เครื่องมุก เครื่องเบญจรงค์ จากนักสะสม ครูศิลป์ของแผ่นดิน และครูช่างศิลปหัตถกรรม ให้ผู้สนใจได้ชมกัน

ส่วนบทบาทสำคัญของหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นที่ประจักษ์ชัดอยู่แล้ว ในการสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาด้านศิลปะด้วยการร่วมกับมูลนิธิบัวหลวงและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดโครงการอบรมครูสอนศิลปะระดับประถมและมัธยมทั่วประเทศ ซึ่งครูจะสามารถสอนนักเรียนแต่ละรุ่นต่อๆ ไปและการจัดนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง แสดงภาพจากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวง โดยมูลนิธิบัวหลวง ซึ่งเป็นสถาบันเพียงแห่งเดียวที่มีการประกวดงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณี การประกวดครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อปี 2517 ใน 2 ประเภทคือจิตรกรรมไทยแบบประเพณีและจิตรกรรมร่วมสมัย ต่อมาการประกวดครั้งที่ 15 ปี 2534 ได้เพิ่มอีกประเภทคือ จิตรกรรมไทยแนวประเพณี เพื่อส่งเสริมงานจิตรกรรมแบบไทยผสมผสานแนวร่วมสมัยเพิ่มความหลากหลายให้ผลงานศิลปะ ซึ่งรางวัลจิตรกรรมบัวหลวงนี้ถือเป็นเกียรติประวัติต่อยอดให้ศิลปินหลายท่านก้าวสู่เวทีระดับประเทศและสากลหรือเป็นศิลปินแห่งชาติ อาทิ อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ, ศาสตราจารย์ เกียรติคุณปรีชา เถาทอง, ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และอาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร

สำหรับการประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ปี 2562 มีการนำผลงานมาร่วมแสดงนิทรรศการ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เหมือนเช่นที่ผ่านมาครั้งนี้คัดเลือกผลงานร่วมแสดง 56 ผลงาน และมีผลงานที่ได้รับรางวัลอีก 9 ผลงาน เช่น รางวัลที่ 1 ประเภทจิตรกรรมไทยแบบประเพณี ได้แก่ผลงาน ‘เสด็จดับขันธปรินิพพาน’ โดยนายอภิสิทธิ์ เอ้งฉ้วน, รางวัลที่ 1 ประเภทจิตรกรรมร่วมสมัย ได้แก่ผลงาน ‘รูปสัญญะของวัตถุนิยม’ โดยนายชมรวี สุขโสม ส่วนประเภทจิตรกรรมไทยแนวประเพณีไม่มีศิลปินใดได้รับรางวัลที่ 1 แต่มีรางวัลที่ 3 จำนวน 3 ท่าน อาทิ อาจารย์นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส กับผลงาน ‘พิจารณาลมหายใจ (เข้า-ออก)’ ซึ่งศาสตราจารย์กิตติคุณกำจร สุนพงษ์ศรี ประธานกรรมการตัดสินการประกวดเปิดเผยว่า ความยากง่ายในการตัดสินอยู่ที่มีผลงานดีๆ มาประชันกันมากแค่ไหน และหากผลงานไม่เข้าเกณฑ์มาตรฐานก็จะไม่มีรางวัลให้ โดยรางวัลจิตรกรรมบัวหลวงทุกประเภท ถือเป็นรางวัลสร้างกำลังใจ พัฒนาความคิดและฝีมือที่ไม่หยุดนิ่งให้กับศิลปินได้อย่างดี โดยคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช รองประธานกรรมการบริหาร และประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และกรรมการมูลนิธิบัวหลวง กล่าวว่า รางวัลนี้ได้มอบเป็นเงินรางวัล และพาศิลปินรางวัลเหรียญทองไปทัศนศึกษาดูงานศิลปะต่างประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์แก่ศิลปิน และเสริมส่งวงการศิลปะไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น สมดังพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้มีคุณูปการต่อหอศิลป์แห่งนี้ และทรงอุปถัมภ์สนับสนุนศิลปกรรมไทยตลอดมา

นิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 41 จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน-26 พฤศจิกายน นี้ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เลขที่ 101 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ) ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. โทร. 0 2281 5360-1, www.queengallery.org

The Queen’s Gallery: Disseminating and Promoting Thai Arts

The Queen’s Gallery has become an outstanding landmark on the historical Ratchdamnoen or Bangkok’s Old Town.

Under the supervision of The Queen’s Gallery Foundation, The Queen’s Gallery was launched at the initiatives of Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother, who also presided over the inauguration on August 9, 2003. Her Majesty contributed an initial amount of 7 million baht presented to her by Mr Chatri Sophonpanich, The committee chairman of the Bangkok Bank, to establish The Queen’s Gallery as a public space for art exhibitions.

Acclaimed as Thailand’s first complete private gallery, The Queen’s Gallery has 5 floors, the 1st-4th for circulating exhibitions, and the 5th for the gallery office, conference room and other purposes. An oil painting of Her Majesty Queen Sirikit in Thai Chakri costume, painted by Samarn Klangchaturas and presented to her by the Bank of Thailand, has been on display at the main lobby.

The Queen’s Gallery has gained popularity among art lovers and become a highly-visited centre for art studies, exhibitions and tourism. In honour of His Majesty Vajiralongkorn Phra Vajiraklaochaoyuhua and Her Majesty Queen Sirikit, The Queen’s Gallery has organised an exhibition on Thai ancestors’ handicrafts on August 8-September 24, 2019. Handicrafts on display in the exhibition are contributed by the Support Arts and Crafts International Centre of Thailand.

In cooperation with the Bualuang Foundation and the Basic Education Commision, The Queen’s Gallery has played a vital role in organising workshops for elementary and secondary school art teachers nationwide. The Bualuang Foundation has also hosted contests of the traditional Thai paintings and contemporary paintings since 1974. Another category, the semi-traditional Thai painting, was added to the 15th annual contest in 1991.

Like in the previous years, art pieces in the 2019 Bualuang Paintings Contest were selected for the exhibition at The Queen’s Gallery. On display this year are 56 art pieces including 9 prize-winning pieces apisit Aengchuan won the 1st prize in the traditional Thai painting category for his work entitled ‘Nirvana’. Winner of the 1st prize in the Thai contemporary painting category was Chomrawee Suksom for his work entitled ‘The Symbol of Materialism’. While no one won the 1st prize for the category of semi-traditional Thai paintings this year, 3 winners of the 3rd prize were announced. One of them was Niroj Jarungjitvittawat for his art piece entitled ‘Considering the Breath (in-out).’

Professor Emeritus Kamchorn Soonpongsri, chairman of the panel of judging committee, said the diversity of exquisite art pieces in the contest added toughness in judging.

Art pieces that are not up to the standard are not entitled to the prizes, he said, adding that all categories of Bualuang painting awards are aimed at enhancing the artists’ spirits, creativity and skills.

Khunying Chodchoy Sophonpanich, vice chairman of The Queen’s Gallery and director of the Bualuang Foundation, said winning artists received cash awards while Gold Award artists get sponsorship for an overseas trip to broaden their art experiences.

They will help promote Thai arts in accordance with the initiatives of Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother, who has always supported The Queen’s Gallery and Thai arts, added Khunying Chodchoy who is also chairperson of the Public Relations Sub-committee.

  • The 41st Bualuang Paintings Exhibition is held daily from 10.00 am-07.00 pm (except Wednesdays) from September 30-November 26, 2019 at The Queen’s Gallery, Ratchadamnoen Avenue. For more information, call 0 2281 5360-1 or check queengallery.org.

圣皇恩泽下继承泰国艺术——诗丽吉王后画

圣皇恩泽下继承泰国艺术——诗丽吉王后画

过去2001年6月15日,诗丽吉王太后前往盘古银行总部颁奖由盘古银行基金会(现皇莲基金会)举办的“原型刺绣图的皇莲绘画”的奖项。在此之际,盘古银行董事长查迪先生以及其他人向王太后供奉7百万泰铢资金,王太后将此资金还给查迪先生,并下令用资金来创建展示泰国艺术家的绘画、雕塑和美术作品的画廊的初步资金,从而促进泰国艺术作品的知名度,在此,王太后恩赐起名该画廊为“诗丽吉王后画廊”。

之后,在2003年8月9日,王太后前来画廊担任正式开馆盛典的主席,并在此观览艺术展览,展览里展示拉玛九世国王陛下的绘画和其他艺术家的作品。

鉴于王后画廊的位置坐落在皇家家庭使用的主要路线,而且还临近拉塔那古辛岛的重要场所,因此将此画廊翻新,由日本建筑师设计成视觉艺术画廊,享有由私人组织建立的泰国第一完美画廊之名誉。王后画廊具有举办展览面积为5层,第1层-4层为展示流动展览,第5层为办公室、会议室和多功能区。

画廊的第一层中央大厅安放着雅致诗丽吉王太后的人像油画,该油画由萨满·康扎度拉老师画成,为了将此油画用于2004年8月12日庆祝6周年诗丽吉王太后诞生之际的钞票模版。

在过去的15年里,诗丽吉王后画廊一直作为艺术学习研究地和当代艺术文化景点,是新一代艺术家展示作品的公共空间。除外,值庆祝拉玛十世国王和诗丽吉王太后诞生之际,在今年8月8日-9月24日,王后画廊将举办“祖先手工艺品:稀世珍宝,保留给后代”,展示泰国高级手工艺品的知识。

在支持和促进艺术教育方面,王后画廊与皇莲基金会和基础教育委员会办公室 合作举办全国中小学艺术教师培训项目。另外,还有皇莲画展,展示了皇莲绘画艺术比赛的优秀作品,该比赛于1974年开始举行,包括传统泰国绘画和当代绘画类,后来在1991年的第15届皇莲绘画比赛,为了促进泰国本土绘画和当代艺术的作品,增加了传统绘画类。

2019年皇莲绘画比赛将在王后画廊甄选56个参加作品和9个获奖作品来展示,比如获得泰国传统绘画类第1奖项为《逝世涅槃》、获得当代绘画类第1奖项为《唯物主义的象征》、获得传统绘画类第3奖项为《注意呼吸(近-出)》。皇莲绘画奖品作品被视为艺术家不断的发展创意和技术的鼓励奖品,奖品为资金和实地考察国外艺术作品,以便增加艺术家的经验并提升泰国艺术界的先进性,这符合诗丽吉王太后的支持泰国艺术的旨意。

 

  • 第41届皇莲绘画展览于今年9月30日至11月26日在曼谷拍那空县班翁尼文区拉差当能路中段101号诗丽吉王后美术馆举办,展览每天(周三除外)00-19.00开馆,电话0 2281 5360-1,www.queengallery.org
Show Buttons
Hide Buttons