โตนเลสาบ (Tonle Sap, Cambodia’s Water World)
柬埔寨之水上领域——洞里
อาณาจักรบนผืนน้ำแห่งกัมพูชา

Words & Photos: Sayan Chuenudomsavad

หากเมืองพระนคร คือผลงานชิ้นเอกอันสะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดของอารยธรรมขอมโบราณแล้ว โตนเลสาบ เวิ้งน้ำกว้างไกลทางทิศใต้ที่ได้อยู่เฝ้าดูการก่อกำเนิด และการแตกดับของนครโบราณแห่งนี้มานานนับพันปี ก็อาจนับเป็นการรังสรรค์ของเหล่าทวยเทพที่ก่อร่างสร้างวัฎจักรแห่งธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งบนผืนแผ่นดินกัมพูชา 

ในบันทึกของ อ็องรี มูโอต็ (Henri Mouhot) นักสำรวจชาวฝรั่งเศสผู้เคยเดินทางข้ามโตนเลสาบ เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองพระนคร ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 19   ได้กล่าวเปรียบเปรยโตนเลสาบไว้คล้ายกับรูปร่างของไวโอลินพาดอยู่บนที่ราบต่ำเขมร ส่วนคอไวโอลินก็คือส่วนที่เป็นทางน้ำไหลเชื่อมต่อระหว่างทะเลสาบกับแม่น้ำโขงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งชาวกัมพูชาเรียกทางน้ำส่วนนี้ว่า แม่น้ำโตนเล

และปรากฏการณ์อันน่าตื่นเต้นตื่นใจของโตนเลสาบก็เริ่มต้นขึ้น ณ จุดบรรจบของแม่น้ำโตนเลและแม่น้ำโขงนี่เอง

ในช่วงฤดูน้ำหลากที่น้ำโขงเอ่อล้น แม่น้ำโตนเลจะทำหน้าที่ลำเลียงปริมาณน้ำมหาศาลไหลผ่านไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่บริเวณโตนเลสาบ ซึ่งทำหน้าคล้ายเป็นที่พักน้ำ ก่อให้เกิดผืนน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา จวบจนเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง แม่น้ำโตนเลก็จะไหลกลับทิศทาง นำมาปริมาณน้ำจากทะเลสาบ มาหล่อเลี้ยงน้ำโขงไม่ให้แห้งขอดจนเกินไปนัก วัฏจักรแห่งการแลกเปลี่ยนและเติมแต่งความอุดมสมบูรณ์ให้แก่กันและกันเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำทุกๆ ปี

การเดินทางเพื่อไปสัมผัสกับวัฏจักรแห่งโตนเลสาบนั้นทำได้ไม่ยาก จากเมืองเสียมเรียบเดินทางด้วยรถเพียง 20-30 นาที แล้วว่าจ้างเรือยนต์ไปบนทางน้ำแคบๆ อีก 20   นาที ก็จะพบกับผืนน้ำอันกว้างใหญ่ และจองคะเนีย (Chong Khneas) หมู่บ้านชาวประมง หนึ่งในชุมชนลอยน้ำในโตนเลสาบ

ชุมชนลอยน้ำในโตนเลสาบมีอยู่หลาย 10 แห่ง ทั้งเล็กและใหญ่ แต่ละชุมชนจะคล้ายเป็นเมืองๆ หนึ่ง ซึ่งผู้คนล้วนใช้ชีวิตอยู่บนเรือและเรือนแพกลางทะเลสาบสำหรับที่จองคะเนียนี้ผู้มาเยือนจะได้เห็นตลาดค้าขายปลาและร้านค้าอื่นๆ เช่น โรงน้ำแข็ง ปั๊มน้ำมัน ร้านชาร์จแบตเตอรี่ รถยนต์สำหรับใช้ในครัวเรือน รวมถึงโบสถ์ วัด และโรงเรียน

ห่างออกไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมงทางเรือ กลางทะเลสาบอันเวิ้งว้างสวยงาม ยังเป็นที่ตั้งของ เปรกตรวล (Prek Toal Bird Sanctuary) เขตสงวนพันธุ์นกน้ำที่สำคัญที่สุดของโตนเลสาบ ความอุดมสมบูรณ์ของโตนเลสาบจึงไม่เพียงหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนริมรอบน้ำเท่านั้น หากยังเป็นบ้านของนกน้ำและสถานีหยุดพักล้ำค่าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับฝูงนกอพยพอีกด้วย

กลางทะเลสาบที่ดูเหมือนเวิ้งว้างกว้างไกลจึงมีเรื่องราวของผู้คนและธรรมชาติซุกซ่อนอยู่มากมายอย่างน่าทึ่ง

สำหรับคนที่ไม่อยากนั่งเรือ ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบไปราว 40 นาที กำปงพลวก (Kampong Phluk) ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการเยือนโตนเลสาบ กำปงพลวกเป็นหมู่บ้านริมทะเลสาบ ทำให้มีถนนเข้าถึง หากแต่ในฤดูฝนซึ่งน้ำหลากทางถนนจะถูกน้ำท่วมจนมองไม่เห็น บ้านเรือนที่กำปงพลวกจึงต้องสร้างเป็นเรือนใต้ถุนสูงหลายเมตรลักษณะเฉพาะของเรือนใต้ถุนสูงนี้เองที่ดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมอยู่เสมอๆ

กล่าวได้ว่า ความงดงามและอุดมสมบูรณ์ของโตนเลสาบนับเป็นการรังสรรค์ทางธรรมชาติที่น่ามหัศจรรย์ ที่นี่จึงเป็นหมุดหมายในเมืองเสียมเรียบที่ทำให้หลายๆ คนอยากไปเยือนไม่แพ้สถานที่อื่นใดในโลกเลย …

Travellers’s Guide

Getting there : เดินทางด้วยสายการบิน THAI Smile มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ – เสียมเรียบ ทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สำรองที่นั่งได้ที่ www.thaismileair.com จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถยนต์หรือรถรับจ้างเพื่อล่องเรือไปชมความงามของโตนเลสาบ

More Info: www.tourismcambodia.org โทร. (885) 023 88 49 72

Tonle Sap, Cambodia’s Water World)

If Angkor was a masterpiece symbolizing the ancient khmer civilisation at the park of its prosperity, Tonle Sap would be a creation by gods with its own annual natural cycle. This vast body of water, located south of Seam Reap, has born silent witness to the rise and fall of the ancient city for over a millennium.

Henri Mouhot, the famous French explorer who traversed the great lake on his way to Angkor in the 19th century, likened the lake to a violin on the plains of Cambodia. The neck of the violin is the Tonle River that connects that lake with the Mekong River.

Tonle Sap hosts a natural phenomenon that unfolds annually right from the meeting point of the Tonle and the Mekong Rivers.

In the rainy season when the Mekong overflows its banks, the Tonle River plays a role in siphoning the overflow of water from the Mekong River into the lake. The lake is like a big reservoir stretching as far as the eye could see. In times of drought, the water from the lake will flow back into the Mekong River for automatic replenishment so that the river’s water levels are not dropping too low. This cycle of mutual replenishment happens annually.

Travelling to Tonle Sap from Siem Reap is quite easy. A taxi ride for 20-30 minutes will get one to a pier where visitors need to travel by boat for another 20 minutes along a narrow waterway before reaching the lake and the fishing village of Chong Khneas, one of the floating communities in Tonle Sap.

Tonle Sap is home to dozens of big and small floating communities. Each community is like a city where people live on boathouses or rafts in the middle of the lake. Chong Khneas boasts a fish market, shops and an ice-making factory, a petrol station, a battery-charging shop, a church, temples and schools.

Visitors might want to take another boat ride for one hour to another attraction: Prek Toal Bird Sanctuary right in the middle of Tonle Sap. The lake not only sustains people’s lives but those of waterfowl and birds as Southeast Asia’s main stopover station for migrating birds.

Those who don’t enjoy taking a boat ride may want to travel by car for 40 minutes to Kampong Phluk, another must-go destination in any Tonle Sap tour. Accessbile by road, Kampong Phuket is a village set on the shores of the lake. In the rainy season, the road is completely flooded. Locals live in houses built on stilts, which are rightfully the real attraction of the village.

Tonle Sap is a natural wonder that continues to draw tourists from near and far.

Travellers’ Guide

Getting there: THAI Smile operates one-hour daily flights between Bangkok and Siem Reap. For reservations, visit www.thaismileair.com. From Siem Reap, it’s possible to travel by car or taxi to Tonle Sap where visitors can enjoy a boat ride to soak up the lake’s atmosphere.

More info: www.tourismcambodia.org or call (085 023 88 49 72.

柬埔寨之水上领域——洞里

倘若吴哥是反映高棉王朝文明的繁荣顶峰,那么见证上千年古吴哥的兴起至灭亡的宽阔水域—— 洞里萨湖便是作为神仙创造的柬埔寨王国最奇妙的自然界之一。

据法国博物学家——亨利·穆奥的记载,约在19世纪,他曾旅行越过洞里萨湖,把洞里萨湖描述成小提琴般,而小提琴把亦是连接此湖和湄公河东南部的河道,并被称洞里河。

在洞里河与湄公河的交汇处,便是洞里萨湖的奇妙现象的起始。

在丰水期,湄公河泛滥,洞里河运载巨大水量向西北流入至洞里萨湖,形成一望无际的水域,直到旱季,洞里河便会回流,带着巨大水量流至湄公河,让湄公河不过于干涸,而这种彼此交换且施肥滋养的循环,每年都不断的发生。

要到洞里萨湖旅游也是轻而易举之事,从暹粒出发仅需20-30分钟路程,再转乘汽船约20分钟,您将遇见辽阔的水域和宗克尼港的渔村,亦是洞里萨湖之浮村。

洞里萨湖里有许多浮村,村民都生活在湖上的船和房屋。在宗克尼港,游客可参观鱼市场及其他店铺如冰厂、油站及寺庙等。此外,乘船仅1小时,普列托尔鸟类保护区坐落在此美湖中,如此一来,洞里萨湖的肥沃不仅滋养河畔人的生命,而且是水鸟之家,且作为东南亚候鸟的停留站。因此,在如此辽阔的湖泊,也珍藏着人们及自然环境之许多奇妙故事。

除外,还有距暹粒城约40分钟路程,空邦鲁也是观光洞里萨湖的选择之一。空邦鲁是湖畔之村庄,空邦鲁房屋的建设皆要高于底部几米,从而引起游客瞩目并不断的去游览。

可以说,洞里萨湖的丰饶且优美,是自然的奇妙现象,这里是暹粒的旅游胜地,吸引着许多游客,不亚于世界上的任何其他地方。

旅游指南

交通:泰国微笑航空每天提供航班从曼谷至暹粒,飞行时间约1小时,预定机票请至www.thaismileair.com,之后乘汽车或出租车去乘船观赏洞里萨湖之景致。

更多详细:www.tourismcambodia.org,电话:(885)023 88 49 72。